ลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือ ?

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้หลายคนคงได้ยินข่าวในเรื่องของศิลปินละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ที่ฟังดูเบื้องต้นแล้วอาจรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้าง และยิ่งรู้สึกแปลกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่ว่านั้น คือการนำเพลงที่วงตัวเองผลิตผลงานกันขึ้นมาไปร้อง แต่ดันเป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ไปเสียอย่างนั้น

ข่าวในลักษณะนี้เริ่มเป็นที่โด่งดังในช่วงต้นปี 2558 ที่ศิลปินฟอร์ด สบชัย โดนทางค่ายแจ้งว่าละเมิดลิขสิทธิ์จากการนำเพลง หยุดตรงนี้ที่เธอ ไปร้องในงานแต่งงานภายในโรงแรม โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถึงความเหมาะสมในการเอื้อกฎหมายนี้ เพราะว่าเป็นเพลงของนักร้องแต่หลังจากหมดสัญญากับทางค่ายเก่าแล้วก็ไม่สามารถนำไปใช้ร้องเพลงในงานจ้างต่าง ๆ ได้เลย

Big Ass เป็นอีกศิลปินที่ต้องเจอกับปัญหานี้ กับการนำเอาเพลง ก่อนตาย ไปเล่นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แล้วกลายเป็นมีเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลงตามมาในภายหลัง ซึ่งเพลงนั้นถือเป็นเพลงที่ทำให้วงเริ่มมีชื่อเสียง หลังจากนั้นจึงมีเพลง ไม่ค่อยเต็ม และ เล่นของสูง รวมไปถึงอีกหลายเพลงที่โด่งดังตามมาในอัลบั้มหลัง ๆ

ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เป็นปัญหาที่ดูไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับศิลปินนัก อย่างเช่นวง Silly Fools หลังจากที่หมดสัญญาจากแกรมมี่แล้วได้นักร้องใหม่เข้ามา พร้อมกับไปร่วมงานกับอีกค่ายนึงแทน ชนิดที่แฟนเกมส์ตกปลายังรู้สึกงุนงง เพลงที่พวกเขาทำเองในช่วงนั้นไม่สามารถนำไปเล่นที่ไหนได้เลย เราจึงสังเกตว่า Silly Fools เวลาที่ไปเล่นคอนเสิร์ตจะไม่เล่นเพลงในช่วงนั้น แต่จะเล่นเพลงในยุคที่เก่ากว่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสมัยที่โต-ณัฐพล พุทธภาวนา ยังคงเป็นนักร้องนำให้กับวง

ตามกฎหมายแล้วระบุโดยมีใจความสำคัญว่า ทางศิลปินหากจะนำเพลงจากทางค่ายไปแสดงในเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องขออนุญาต หรือจัดการซื้อลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะสามารถนำเพลงเหล่านั้นไปใช้เล่นในงานต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจำนวนเงินค่าลิขสิทธิ์ของผลงานหลายต่อหลายชิ้น มีราคาที่สูงเกินกว่าปกติจนทำให้เกิดผลเสียกับศิลปินบางราย ที่ต่อให้ซื้อลิขสิทธิ์นั้นไปได้ก็ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับมาจากงานนั้น ๆ

หากยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้ ก็มีโอกาสที่เราจะได้ยินข่าวศิลปินละเมิดลิขสิทธิ์ตัวเองอีกเช่นเดิม ซึ่งการแก้ไขนั้นควรจะต้องมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายร่วมกันหารือถือทางออกของปัญหา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ว่าเป็นแบบทุกวันนี้ ที่ทางออกของปัญหา คือการหลีกเลี่ยงที่จะเลือกไม่เล่นเพลงพวกนั้นของเหล่าศิลปิน และผลกระทบก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผู้บริโภคด้วยกับการพลาดโอกาสฟังเพลงที่พวกเขาอยากฟัง

 

เว็บไซต์นี้ ไม่สนับสนุน คนชื่อ “ถวัลย์ รุยาพร” และคณะบริหารที่ไม่ได้มาตรฐานนะเจ้าคะ

Leave a Comment