คดีอาญา

คำพูด “สั่งเสียก่อนตาย” รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพียงใด

บทความแรก ฉลอง ด็อกเตอร์ ป้ายแดง:-P 😳 😆 “สาวม้ง” ที่ถูกถ่ายคลิปประจาน ได้สั่งเสียก่อนตายว่าใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้นางคิดสั้น จะใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่ ???

แจ้งความเท็จ ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษ

คิดจะแจ้งความเอาใครติดคุก ต้องระวังด้วยนะคะ ถ้าไม่มีความผิดอาญาเกิดขึ้นจริงๆ แต่ไปมโนด้วยเหตุผลสารพัดว่า เป็นเอ็งแน่ๆ เลยที่ทำผิด …อย่าทำเชียวนา พี่ตุ๊กตาหวังดีค่ะ เพราะอาจจะได้ที่อยู่ที่กินฟรีนะคะ …

แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาต่อเจ้าพนักงาน – false report of a crime

เราจะทำเล่นๆ กับกฎหมายไม่ได้นะคะ ทะลึ่งไปแจ้งความมั่วๆ จะได้ที่อยู่ที่กินฟรี นะเจ้าคะ

เผยแพร่ “หมายจับ” ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อออนไลน์ หรือช่องทางใดก็ตาม “ละเมิดอำนาจศาล” นะจ๊ะ

23 ก.ค. 57 ศาลมีหนังสือถึง ผบ.ตร. ผบช.น. รอง ผบช.ศ. รอง ผบช.น. เพื่อขอให้ กวดขัน กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งประเทศว่า จะต้องไม่นำหมายจับของศาลไปเผยแพร่ หากมีการตรวจสอบพบว่า บุคคลใดก็ตาม กระทำการฝ่าฝืนจะถือว่าเข้าข่าย “ละเมิดอำนาจศาล”

เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก แล้ว “รอลงอาญา” ต่อมาทำผิดอีก จะรอลงอาญา อีกหรือไม่

คดีก่อนถูกรอลงอาญา รอแล้วรออีกได้ แต่ถ้าศาลในคดีหลัง พิพากษาไม่ให้รอ ก็ต้องนำโทษจำคุกในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)

ทุกวันนี้ คลีนิคเสริมความงามมีหลายรูปแบบ หาได้ง่ายกว่าร้านเซเว่นเสียแล้วล่ะค่ะ ทำให้คดีความที่เกิดขึ้นระหว่างแพทย์กับคนไข้ มากกว่าสมัยก่อนมาก เพราะคนไข้ไม่คิดว่าเป็นเวรกรรมหรือถึงคราวเคราะห์ ที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอีกต่อไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่า หนังสือที่คนไข้ลงลายมือชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา หากเกิดความเสียหายคนไข้จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์นั้น จะทำให้แพทย์พ้นผิดโดยสิ้นเชิงหรือไม่ พี่ตุ๊กตาได้รวบรวมคำพิพากษาฎีกาต่างๆ เกี่ยวกับคดีฟ้องแพทย์ พอจะสรุปได้ว่า กรณีแพทย์ต้องรับผิด การรักษาของแพทย์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยมากที่สุด ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือว่า “ประมาทอย่างร้ายแรง” กรณีแพทย์ไม่ต้องรับผิด ความเสียหายของคนไข้ มิใช่ผลโดยตรงจากการตรวจรักษาของแพทย์ คนไข้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ปกปิดไม่แจ้งเรื่องการแพ้ยาแก่แพทย์ ฯลฯ สิ่งที่คนไข้อาจจะเรียกร้องจากแพทย์ผู้ทำให้เสียหาย ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือผิดพลาดจากการรักษาของแพทย์ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามฐานานุรูปของคนไข้และทายาท ในกรณีคนไข้เสียชีวิติ ค่าความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าสูญเสียความสวยงาม ค่าสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น/ได้ยิน/เดิน ฯลฯ สรุป: หนังสือที่คนไข้เซ็นต์ยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาหรือทำหัตถการ ไม่มีผลทางกฎหมายที่จะห้ามมิให้คนไข้ฟ้องคดี หากเกิดความเสียหายขึ้นดังกล่าวแล้ว พี่ตุ๊กตาไม่ได้ยุให้ลุกขึ้นมาฟ้องหมอกันนะคะ แต่ในฐานะนักกฎหมาย ก็อยากจะเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายให้ประชาชนได้ศึกษากันไว้ค่ะ ตอนหน้าพี่ตุ๊กตาจะลงรายละเอียดมากกว่านี้ วันนี้เบาๆ ในวันหยุดชดเชย วันรัฐธรรมนูญ …

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)Read More »

เช็คฉ้อโกง

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…

พี่ตุ๊กตาได้รับคำถามบ่อยมาก ยุคเศรษฐกิจหยุดนิ่ง แต่เช็คไม่นิ่งด้วยน่ะสิ เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง กันสนุกสนาน…พอดีพี่ตุ๊กตาเจอฎีกาใหม่ ๆ เลย ศาลท่านฟันธงว่า… ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนี้ของผู้สั่งจ่ายเช็คก็ตาม เพราะผู้สั่งจ่ายเช็ค ตกลงที่จะผูกพันตนเข้าเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้เดิมโดยไม่ได้ขัดเจตนาหรือฝืนใจลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด มาดูฎีกาเต็ม ๆ กันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2560 นายจอห์น xxxxx กับพวก โจทก์ นางสาวภxxxxx จำเลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314, 900 หนึ่ง, 914, 989 หนึ่ง มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับเกิดจากการที่จำเลยตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของ ช. กรณีจึงต้องถือว่า จำเลยยอมเข้าผูกพันเป็นผู้ชำระหนี้แทน ช. โดยมิได้เป็นการขัดกับเจตนาของคู่กรณีหรือโดยฝืนใจลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 314 ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสามฉบับ จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คชำระเงิน 3,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 …

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…Read More »

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสม

ปัญหาเกี่ยวกับงานสอบสวนนั้นอาจกล่าวได้ว่ามีมากมายมหาศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทั่วไปนั้นหากเลือกให้ปฏิบัติงานในสายงานอื่นก็อยากที่จะออกไปปฏิบัติสายงานอื่นมากกว่า เนื่องจากได้ทำงานเป็นเวลา, กฎหมายและระเบียบไม่ได้เคร่งครัดมากมายเหมือนการเป็นพนักงานสอบสวน และการทำงานสอบสวนมักจะถูกตำหนิตลอดเวลาว่าเป็น “หนังหน้าไฟ” และมักมีผู้แสดงความคิดเห็นตลอดเวลาว่าต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ แต่แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาทำหน้าที่สอบสวนเอง ก็มีน้อยคนนักที่จะรักปฏิบัติหน้าที่สอบสวน เพราะมีข้อจำกัดทั้งทางด้านการบริหารและหน้าที่ตามกฎหมายให้ปฏิบัติเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เขียนตั้งใจเขียนงานนี้ด้วยความเป็นกลางและหวังว่าผู้สนใจจะสนใจความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานโดยตรงบ้าง มิได้มุ่งตำหนิผู้ปฏิบัติงานสอบสวนเนื่องจากเข้าใจดีว่าการปฏิบัติงานสอบสวนท่ามกลางความขัดแย้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมิได้มีความคิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแม้ปัจจุบันความเป็นกลางจะถูกกลืนกินจนจุดยืนที่ต้องการความเป็นกลางนั้น ถูกตั้งข้อสงสัยและในบางกรณีถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผู้เขียนต้องการหาทางออกในปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสามารถหาทางออกได้ในกรณีใดบ้าง เพราะความขัดแย้งในทางกฎหมายแล้วย่อมสามารถหาทางออกได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “ความขัดแย้งคือความยุติธรรม” (Justice is conflict) แต่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจและร่วมมือกันหาทางแก้ไขให้ปัญหาต่างๆ ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นปัญหาที่สำคัญที่สุดของการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน อาจถือได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญของการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ดี ซึ่งจะต้องพยายามรักษาสมดุล (Balance) ระหว่าง อำนาจรัฐในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากนัก หากคำนึงถึงแต่ความคล่องตัวในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษมากเกินไป ประชาชนก็อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการจับ การค้น การสอบสวน การควบคุมตัว ฯลฯ ในทำนองเดียวกัน หากมุ่งจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป โดยเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้กระทำความผิดก็อาจพ้นจากการถูกนำตัวมาลงโทษอันจะส่งผลเสียหายต่อสังคม (เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, พิมพ์ครั้งที่ 6 (กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิรรัชการพิมพ์, 2551), น.1-2.; Edward …

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสมRead More »

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐาน

บทวิเคราะห์ จากท่านชนทบท ศุภศรี : ผสมยานอนหลับ คำพิพากษาฎีกานี้ ได้ตำหนิการทำงานของพนักงานสอบสวน ดังนี้ 1. พนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจสอบร่างกายของผู้เสียหายว่า ที่นอนหลับไปเพราะกินยานอนหลับหรือเพราะมีสารที่ทำให้ง่วง หรือเพราะดื่มเบียร์ 2. พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งขวดเครื่องดื่มที่อ้างว่าผู้เสียหายดื่มนั้น ไปตรวจพิสูจน์ว่า ในเครื่องดื่มนั้นมียานอนหลับหรือสารที่ทำให้ง่วงผสมอยู่ด้วยหรือไม่ 3. แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่ได้ให้การเช่นนั้น จึงอาจจะเป็นการแปลคำพูดผิดไปก็ได้ ( เพราะจำเลยทั้งสองเป็นชาวต่างชาติ ) 4. พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยปราศจากข้อสงสัย 5. คดีคงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3056/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์ นาย คาดริม ฮุซเซ็น กับพวกจำเลย ประมวลกฎหมายอาญา ม.335, 339 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174, 227 แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าร่วมกันวางแผนใช้ยานอนหลับผสมในเครื่องดื่มให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่ม และร่วมกันลักทรัพย์หลายรายการในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองหลับก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณากลับปฏิเสธว่ามิได้กระทำเช่นนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นชาวต่างชาติ จึงเป็นไปได้ว่าล่ามอาจแปลคำให้การไม่ถูกต้อง ดังนั้น …

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐานRead More »

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปี

คดีนี้ศาลชั้นต้น ใช้เวลา 15 ปี ในการสืบพยาน แล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาเป็นยกฟ้องจำเลย… โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันใช้ จ้าง วาน ฆ่า นายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา คดีโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2536 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2535 – 25 พ.ค.2536 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 4 ได้บังอาจเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริมให้นายอภิชิต จำเลยที่ 3 ติดต่อนายบรรเจิด จันทนะเปลิน จัดหาบุคคลไปฆ่า นายประมาณ โดยจะให้ค่าจ้างมือปืนจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่ง นายบรรเจิด ตอบตกลง และติดต่อให้ นายสมพร จำเลยที่ 1 และ นายเณร จำเลยที่ …

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปีRead More »

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^

คดีนี้เมื่อปี 2536 นับเป็นข่าวครึกโครมมากเนื่องจากขณะเกิดเหตุ ท่านประมาณ ชันชื่อ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ส่วน นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ก็เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และเป็นสถาปนิกชื่อดัง เจ้าของตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” ที่นำมาสร้างเป็นหนังผีเรื่อง “เพื่อน.. ระลึก” เรามาดูรายละเอียดในคดีกันค่ะ ศึกษาเอาไว้ทำคำฟ้องคำให้การได้เลยจ๊ะ… คดีนี้ในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่กลับให้การปฏิเสธในชั้นศาล ส่วนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธโดยตลอด ศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2536 โดยทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบฝ่ายละหลายสิบปากโดยฝ่ายโจทก์มีนายตำรวจหลายนาย อาทิ พล.ต.ท.โสภณ สวิคามิน, พล.ต.ท.ธนู หอมหวน, พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย (ขณะนั้น) พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง (ขณะนั้น) ฯลฯ โดยใช้เวลาพิจารณาคดี และสืบพยานนานกว่า 15 ปี ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษา ส่วนท่านประมาณ ชันซื่อ …

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^Read More »

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกัน

การปล่อยชั่วคราว คือ การอนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นจากการถูกควบคุมของเจ้าพนักงานหรือศาล ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือขังเป็นเวลานานเกินกว่าจำเป็น บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลย (บรรลุนิติภาวะแล้ว) บุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา/มารดา ผู้สืบสันดาน สามี/ภรรยา ญาติพี่น้อง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในทางอื่น เช่น นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา ประเภทของการขอปล่อยชั่วคราว (ศาลยุติธรรม และ ศาลเด็ก) การปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องทำสัญญาประกันและไม่ต้องมีหลักประกัน แต่ต้องสาบานว่าจะต้องมาตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ลงลายมือชื่อและมีการทำสัญญาไว้ต่อศาล ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ ตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน ลงลายมือชื่อในสัญญาประกันต่อศาลว่าจะมาศาลตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล มีการวางหลักประกันไว้ต่อศาลเพื่อที่จะสามารถบังคับเอากับหลักประกันในกรณีผิดสัญญาต่อศาล การปล่อยชั่วคราวโดยศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กหรือเยาวชนแก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์กร ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย หรือบุคคลหรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควร ลงลายมือชื่อในสัญญารับมอบตัวต่อศาลว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามกำหนดนัด หากผิดสัญญาปรับครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ขอประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ฯ ถือเป็นที่สุด ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ประกันในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นใหม่ หลักประกันหรือหลักทรัพย์ที่จะนำมาใช้เป็นหลักประกันต่อศาล ได้แก่ เงินสด โฉนดที่ดิน, น.ส.3ก พันธบัตรรัฐบาล …

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกันRead More »

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาา

การที่จะฟ้องร้อง ร้องเรียน ร้องขอให้ลงโทษ หรือสารพัดร้องอะไรก็ตาม ต้องดึงสติกันสักนิด เพราะอาจจะได้มีที่อยู่ ที่กินฟรี ได้นะคะ เป็นความผิดที่ไม่ต้องการพยานบุคคลด้วยสิ เพราะเป็นตัวหนังสือล้วนๆ เลย ไม่มีการดิ้นเหมือนคนเป็นๆ นะจ๊ะ ถ้าร้องเท็จ ก็มักจะแถมด้วย หมิ่นประมาท แต่ถ้าขยันทำให้ปรากฏเป็นตัวอักษร ก็จะขยับฐานะเป็น มาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาค่ะ พี่ตุ๊กตาขอนำฎีกามาให้อ่านกันจนอิ่ม อ่านเสร็จไม่ต้องทานข้าวต้มรอบดึกกันเลยทีเดียว … อาญา แจ้งความเท็จ (มาตรา 173) คำพิพากษาฎีกาที่ 3383/2541 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ นอกจากจะต้องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษแล้ว ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าข้อความที่แจ้งนั้นเป็นเท็จด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แจ้งความเท็จว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น การแจ้งความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ———————————— โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 174,90 และ 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 วรรคสอง ลงโทษจำคุก …

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาาRead More »

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???

อยู่ดี ๆ นึกครึ้มอกครึ้มใจ เขียนคำร้องเล่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือร้องเรียน ไปที่สารพัดหน่วยงานเอกชน/ราชการ ก่อนที่จะทำ ต้องตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อนว่า เรื่องที่เราจะร้องเรียนนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ปันๆ เคยบอกว่า “ดึงสติกันหน่อยจ๊ะ” แต่ถ้าดึงสติไม่ทัน แล้วกลายเป็นเรื่องเท็จไปซะง้้น เรามาดูตัวบทกฎหมายกันค่ะ ว่ามีความผิดอะไรยังไง แล้วทำไมต้องมีของแถมเป็น “หมิ่นประมาท” ด้วย กรณี ร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชา (เอกชน) กรณีคำร้องที่เป็นเท็จนั้นไม่ใช่คำคู่ความจึงไม่เป็นการตั้งประเด็นระหว่างคู่ความก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ เช่น -การยื่นคำร้องเท็จในคำร้องข้อยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล(ฎ.291/2480) -นายประกันยื่นคำร้องเท็จว่าจำเลยตาย เพื่อให้ตนพ้นผิดตามสัญญาประกัน(ฎ.447/2484,2302/2523) -นายประกันแสดงหลักทรัพย์เท็จเพื่อขอประกันตัวจำเลย(ฎ.571/2471) มาตรา 137 การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – เจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ – คำพิพากษาฎีกาที่ 1050/2514 ความผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยต้องรู้อยู่ว่าข้อความที่ตนไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานนั้นเป็นความเท็จ ถ้าจำเลยเชื่อโดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นนั้น จำเลยก็ยังไม่มีความผิดฐานนี้ – “การแจ้ง” – “การแจ้ง” คือ “ให้ทราบ” …

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???Read More »

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียด

“ศาล” มีหน้าที่พิจารณา-วินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งให้แก่คู่พิพาท จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือที่จะผดุงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันศาลยุติธรรม ในอันที่จะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว นอกจากประมวลกฎหมายอาญาจะได้บัญญัติลงโทษแก่บุคคลที่กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม มาตรา 167 ถึงมาตรา 199 แล้ว ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ยังได้บัญญัติให้อำนาจแก่ศาลที่จะลงโทษคู่ความหรือบุคคลที่รบกวนขัดขวางการพิจารณาของศาล ซึ่งเรียกว่า “การทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล” ตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 บัญญัติว่า “ให้ศาลมีอำนาจออกข้อกำหนดใด ๆ แก่คู่ความฝ่ายหนึ่ง หรือแก่บุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจำเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรม และรวดเร็ว อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึงการสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญ หรือในทางประวิงให้ชักข้า หรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร” มาตรา 31 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ให้ถือว่ากระทำ ผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ตามมาตราก่อน อันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำขอ และได้รับอนุญาตจากศาลให้ฟ้องหรือสู้คดีอย่างคนอนาถาแล้ว ปรากฏว่าได้นำคดีนั้นขึ้นสู่ศาลโดยตนรู้แล้วว่าไม่มีมูล หรือได้สาบานตัวให้ถ้อยคำตาม มาตรา 156 ว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ ซึ่งเป็นความเท็จ (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความ หรือส่งเอกสารอื่น …

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียดRead More »

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะ

“ละเมิดอำนาจศาล” กลับมาฮอทฮิตกันอีกครั้งในแวดวงทนาย เรามาดูข้อกฎหมาย และตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกัน เพราะการขาดสติวู่วามในการกระทำการใด ๆ ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวง บางครั้งอาจจะหมายถึงอิสรภาพกันเลยทีเดียว ถ้าประชาชนธรรมดาอาจจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหมายได้ แต่ถ้าเป็นนักกฎหมายแล้ว จะอ้างว่าอะไรดี ??? เพื่อให้ศาลลงโทษสถานเบา??? เรามาดูกันค่ะว่า “ละเมิดอำนาจศาล” คืออะไร ความผิดฐาน “ละเมิดอำนาจศาล” เป็นความผิดต่อศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาและรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล เมื่อบุคคลใดกระทำการอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลและข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลไม่ว่าทางใด ศาลย่อมมีอำนาจค้นหาความจริงและลงโทษบุคคลนั้นได้ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551) แม้ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจะมีโทษทางอาญา แต่ก็มิใช่คดีอาญาซึ่งคู่ความหรือบุคคลอื่นใดสามารถยื่นฟ้องผู้กระทำเพื่อให้ศาลลงโทษได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้นหรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น (4) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวนความหรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 54 (5) ขัดขืนไม่มาศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา 19 หรือเมื่อมีหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นตามมาตรา 277 …

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะRead More »

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???

จำเลยคนหนึ่ง ในคดีที่ราษฎรฟ้องเอง ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยนี้ที่อ้างว่ามีอาชีพเป็นทนายความ (ย้ำนะคะ “ทนายความ”) ได้ยื่นคำร้องขอพยานเอกสารที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานหนึ่ง โดยให้เหตุผลในคำร้องว่า “จำเลยประสงค์จะนำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีมาถามค้าน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของโจทก์ และพยานโจทก์ที่จะนำสืบ จึงเป็นเอกสารที่ต้องหมายเรียกมาศาล” ศาลท่านมีคำสั่งในคำร้องว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้องโจทก์ จำเลยยังไม่มีสิทธิ์นำสืบพยาน หากประสงค์จะใช้เอกสารใดถามค้าน ต้องดำเนินการให้ได้เอกสารมาเอง ทั้งในชั้นนี้ไม่ปรากฏว่าเอกสารที่ขอให้ศาลออกหมายเรียกเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีอย่างไร จึงไม่อนุญาต” เรามาดูข้อกฎหมายที่ศาลอ้างในคำสั่ง ซึ่งไม่ต้องอาศัยฎีกาใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงตามตัวบทเลย ถ้าทนายท่านนั้นไม่ทราบว่าตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างไร พี่ตุ๊กตาขอนำตัวบทมาลงให้ศึกษานะคะ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบจำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือจำเลยจะไม่มาแต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ข้อสังเกต น้อง ๆ ทนายป้ายแดง …

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???Read More »

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียร

ทีมทนายพี่ตุ๊กตาเล่าประสบการณ์คดีนี้ให้ น้องๆ ฟังดีกว่า เกี่ยวกับเรื่องการปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ผมมาเป็นทนายจำเลยหลังจากที่เขารับสารภาพ คดีฉ้อโกงในศาลชั้นต้น แต่ต่อมาจำเลยต้องการที่ปฏิเสธ ผมจึงยื่นคำร้องขอกลับคำให้การพร้อมแสดง เหตุพิเศษ อันสมควร แต่ศาลไม่อนุญาต ได้พิพากษาจำคุกจำเลย โดยอ้างว่า จำเลย ประวิงคดี โทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ผมได้อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และประกันตัวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ 240,000 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในวันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น ผม (ทนายโอชวิน งานธนเธียร) ได้เขียนฎีกาเสร็จภายในวันที่พิพากษาและขอให้ผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาให้เนื่องจากเป็นคดีต้องห้ามฎีกา ที่ผมทำเสร็จในวันเดียวกันนั้น เพราะเข้าใจว่า หากยื่นฎีกาแล้ว ศาลคงให้ประกันตัว หลังจากยื่นฎีกาแล้วผมก็ขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ผลปรากฏว่าศาลชั้นต้นต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาสั่ง ซึ่งต่อมาศาลฎีกาสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพราะคดีมีทุนทรัพย์สูงและต้องห้ามฎีกาเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวแล้วจำเลยจะหลบหนี ทุกคดี จะเป็นทำนองนี้ ถ้าหากเป็นคดีต้องห้ามฎีกาก็จะประกันตัวไม่ได้ เว้นแต่ ศาลได้รับฎีกาแล้ว วันนี้จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากศาลอุทธรณ์ ท่านหนึ่งได้รับรองว่า ที่ฎีกานี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่สำคัญ ที่สมควรสู่ศาลสูง จึงอนุญาตให้ฎีกา หลังจากทราบว่าศาลได้โปรดรับฎีกาแล้ว ผมมั่นใจว่าประกันตัวได้ จึงยื่นประกันตัวตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า และศาลอนุญาตในวันนี้ ประเด็นที่จะเล่าก็คือ …

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียรRead More »

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!

ถึงแม้ว่า ผู้ตายจะเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่ก็กลับออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ นอกจากนี้ การที่ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย บุตรของผู้ตายจึงไม่เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการได้ จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3391/2559 ป.อ. บันดาลโทสะ ฆ่าผู้อื่น มาตรา 72, 288 ป.วิ.อ. ผู้เสียหาย ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ผู้เสียหายข้อเข้าร่วมเป็นโจทก์ ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มาตรา 2 (4), 5 (2), 30, 218 ความผิดฐาน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดว่าผู้ตายจะเข้าทำร้ายจำเลยอีกโดยผู้ตายวิ่งกลับไปที่รถยนต์จอดอยู่และไม่ปรากฏว่าขณะนั้นผู้ตายมีอาวุธติดตัวด้วย ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่อย่างไรก็ดี …

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!Read More »

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร

วันนี้ (16 ก.ย. 2560) เป็นอีกวัน และเป็นอาทิตย์ที่สองของการเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์ทำคดีบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อกฎหมายบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อเท็จจริงในคดีบ้าง ผม (ทนายจิรเดช ศิรินคร) ขอเล่าเรื่อง “หมวดความผิดเกี่ยวกับการค้า” ลักษณะ ๘ แห่ง ป.อาญา เทียบกับความผิดฐานฉ้อโกง หมวด ๓ แห่ง ป.อาญา “ความผิดฐานฉ้อโกง” นั้น สมาชิกทุกท่านคงคุ้นเคยมากกว่า เพราะพอลูกความมาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ทนายความที่ไต่สวนข้อเท็จจริงก็จะพุ่งเป้าไปที่ฐานความผิดฉ้อโกงทันที หากไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะเป็น “ผิดสัญญาทางแพ่ง” ความผิดฐานฉ้อโกงปอ. ม. 341, 342, 344 ถึง 347, 349 ถึง 350 ล้วนแต่เป็นความผิดอันยอมความได้ ความผิดอันยอมความได้ หมายความว่า คดีความผิดที่ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรง สังคมไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากการกระทำผิดนั้นด้วย ดังนั้น ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเข้าดำเนินคดีได้เอง หรือมอบให้รัฐดำเนินคดีแทนก็ได้ และมีสิทธิยุติคดีเมื่อใดก็ได้ ไม่ว่าจะด้วยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือตกลงประนีประนอมยอมความก็ตาม แต่วันนี้ ผมจะมาเล่าสู่ท่านสมาชิกฟังเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการค้า …

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินครRead More »

บุกรุก

ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุก […อ่านต่อ…] อ่านบทความฉบับเต็ม ThaiLawConsult.com/บุกรุก [/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]

แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คำร้องเท็จ

การยื่น “คำร้อง” ต่อศาล ถือว่าเป็นการ “แจ้งความต่อเจ้าพนักงาน” และมีสถานะอื่นใดอีกหรือไม่ ? พี่ตุ๊กตา (ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร) ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา มาอธิบายได้ดังนี้ “คำร้อง” ที่ยื่นต่อศาล ให้ถือว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2523 อัยการนครราชสีมาโจทก์ นายเฉลียว เจนกลาง กับพวกจำเลย ประมวลกฎหมายอาญา ม.137, 162, 264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 (4) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 จำเลยที่ 2 เป็นสารวัตรกำนันปฏิบัติหน้าที่แทนกำนันเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ออกสำเนาทะเบียนบ้านว่าย้ายออกและมีหน้าที่ทำ กรอกข้อความ ลงในมรณบัตรตามอำนาจหน้าที่โดยลงชื่อจำเลยที่ 2 ในช่องนายทะเบียน ผู้รับแจ้ง มรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าว จึงเป็นเอกสารที่แท้จริง ที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้น แม้ข้อความในมรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านไม่ตรงกับ ความจริง ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา161 แต่เป็นความผิดตาม มาตรา 162 คำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวจะต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดี คำว่า ‘ศาล’ หมายถึง …

แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คำร้องเท็จRead More »

ฟ้องกลับ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ คืออะไร โทษหนักเพียงใด

ความผิดฐานฟ้องเท็จ กฎหมายมิเพียงแต่จะคุ้มครองสิทธิของคู่ความในคดี แต่ยังมุ่งคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอีกด้วย เพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐ และอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง [read more] พี่ตุ๊กตา (ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร) ขอเตือนว่า อย่าใช้ “คำฟ้อง” หรือ “คำร้อง” เป็นเครื่องมือโดยทุจริตในการ “แก้เกี้ยว” หรือ “สะใจ” ให้ใช้สติและถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงที่จะฟ้อง หรือเบิกความในศาล ถ้าไม่เป็นความจริง จะมีโทษมหันต์เพียงใด และอาจจะถูก “ฟ้องกลับ” ได้ ฟ้องกลับ เรามักจะคุ้นหูกับคำว่า “ฟ้องกลับ” แท้จริงแล้ว มันคืออะไร ? จะฟ้องกลับได้ในกรณีใดบ้าง พี่ตุ๊กตาจะขอยกคำอธิบายจากฎีกาประกอบดังนี้ ฟ้องเท็จ การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตาม ป.อ. มาตรา 175 ต้องเป็นการนำความเท็จในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาไปแกล้งฟ้องผู้อื่นให้รับโทษ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และต้องรู้ว่าความที่นำมาฟ้องนั้นเป็นเท็จ องค์ประกอบต่าง ๆ แยกได้ดังนี้ มีการฟ้องคดีต่อศาล ผู้ฟ้อง ต้องทราบว่าความที่นำไปฟ้องและเบิกความนั้นเป็นเท็จ ต้องมีการยืนยันข้อเท็จจริง ความเท็จนั้น ต้องเป็นสาระสำคัญในคดี …

ฟ้องกลับ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ คืออะไร โทษหนักเพียงใดRead More »

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่ง

ละเมิดโดยการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ป.พ.พ. มาตรา 423 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6315/2556 การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงอันเป็นการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 นั้น ผู้กระทำจะต้องรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง โจทก์ฟ้องว่า ข้อความที่จำเลยกล่าวหาแก่ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ความจริงโจทก์ไม่ได้แสดงท่าทีไม่เต็มใจและไม่ได้พูดจาว่าให้ย้ายมารดาจำเลยมาอยู่ตึก ขตร. WARD สามัญ ห้องพิเศษอยู่ไม่ได้ ไม่ได้ตั้งท่าจะโยนเอกสารทิ้ง ไม่เคยแสดงท่าทางหยาบคาย โจทก์มีจรรยาแพทย์ มีจิตเมตา ไม่เคยมีประวัติหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับจิตบกพร่อง และไม่เคยจะใช้ปืนยิงคนไข้ จำเลยยอมรับในคำให้การว่าได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง แต่เป็นการร้องเรียนมารยาทในการปฏิบัติงานของโจทก์ ด้วยความสุจริต เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติ ชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งอยู่ในวิสัยของจำเลยกระทำได้เท่านั้น ไม่ได้ให้การชัดแจ้งว่าข้อความที่ร้องเรียนดังกล่าวเป็นความจริง หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทจำเลยก็ตกลงยอมรับผิดต่อโจทก์โดยยอมโฆษณาขอขมาโจทก์ทางหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ แสดงว่าข้อร้องเรียนของจำเลยไม่มีมูลความจริงและข้อความที่จำเลยร้องเรียนดังกล่าวมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของบุคคลในฐานะเยี่ยงจำเลยพึงกระทำ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 โจทก์ พันตำรวจโทตามพันธ์ นิลายน จำเลย พันตำรวจเอกหญิงดวงสมร เห่ววิพัฒน์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 46,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามฟ้องจริงโดยนำหนังสือร้องเรียนใส่ซองปิดมิดชิดและส่งไปถึงผู้บังคับบัญชาโจทก์โดยตรง ซึ่งจำเลยมีสิทธิทำได้เพราะเป็นการร้องเรียนมารยาทของโจทก์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของโจทก์โดยตรง คำกล่าวของจำเลยถือว่าได้กระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมเป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม …

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่งRead More »

ฎีกา คดีหมิ่นประมาท ปี 2550 – 2560

ความผิดฐานหมิ่นประมาท ถ้าได้กระทำการโดยมีลักษณะเป็นการป่าวประกาศให้ประชาชนรู้อย่างแพร่หลาย อาจจะผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้ แต่ก็ต้องบรรยายให้ครบองค์ประกอบของการหมิ่นประมาท และถ้าพ่วง “โดยการโฆษณา” ก็ต้องบรรยายให้ชัดเจนด้วย ว่าเป็นการโฆษณายังไง พี่ตุ๊กตาคัดคำพิพากษาฎีกา หมิ่นประมาท เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมายสู่ประชาชนค่ะ…[read more] ตัวการ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ป.อ. มาตรา 83, 328 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13025/2557 ข้อความตามเอกสารมีใจความว่า โจทก์ร่วมเป็นนักการเมืองใหญ่มีอิทธิพลใช้กำลังพลและอาวุธปืนข่มขู่ให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ซอยให้ใส่เสื้อกั๊กที่มีชื่อโจทก์ร่วมและเรียกเก็บเงินค่าทำประวัติ ค่าเสื้อกั๊กและค่ารายวัน อันเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากเกร็ดซึ่งขณะนั้นมีผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าว เจ้าของพื้นที่ก็ไม่กล้าเข้าไปจัดการในเรื่องนี้ และในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มีผู้เสียหายที่ 1 ผู้สมัครหมายเลข 1 โจทก์ร่วมเป็นผู้สนับสนุน ส่วนจำเลยที่ 1 สนับสนุน ส. ผู้สมัครหมายเลข 5 โดยมีข้อความพาดพิงถึงผู้เสียหายที่ 1 กับโจทก์ร่วมว่า หากคุณเป็นคนจังหวัดนนทบุรีที่มีสิทธิเลือกตั้งได้รับเอกสารดังกล่าว ก็ให้เลือกคนดีเข้ามาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเพื่อบริหารบ้านเมืองและเพื่อสนองตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าเลือกคนไม่ดีตามข้อความดังกล่าวให้เข้ามามีอำนาจ อาจก่อความเดือดร้อนและวุ่นวายได้ ซึ่งเห็นได้ว่าเมื่อราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับเอกสารย่อมเข้าใจข้อความในเอกสารดังกล่าวว่าโจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี เป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นใช้อำนาจเก็บผลประโยชน์จากผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ราษฎรเลือกผู้เสียหายที่ 1 เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จึงเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมต่อราษฎรซึ่งเป็นบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมโดยการโฆษณา การที่จำเลยที่ …

ฎีกา คดีหมิ่นประมาท ปี 2550 – 2560Read More »

รายชื่อจำเลย คดีจำนำข้าว จำคุก บุญทรง 42 ปี / ภูมิ 36 ปี

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงนักการเมือง,ข้าราชการ และเอกชน รวม 28 คน ซึ่งถูกอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 157 และฐานใช้อำนาจทุจริตสร้างความเสียหาย เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 151 ตามประมวลกฎหมายอาญา และกระทำผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล และพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ล่าสุดศาลอ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกนายบุญทรง 42 ปี ขณะที่นายภูมิ สาระผล จำคุก 36 ปี ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เป็นคดีหมายเลขดำที่ อม.25/2558 กรณี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวก รวม 28 ราย ตกเป็นจำเลยในความผิดตาม …

รายชื่อจำเลย คดีจำนำข้าว จำคุก บุญทรง 42 ปี / ภูมิ 36 ปีRead More »

แสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะไม่ผิดอาญา ข้อหา “หมิ่นประมาท”

การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือมีชื่อเล่นๆ ว่า “หมิ่นประมาท” ถ้านำไปโพสต์ใน Internet หรือโปรแกรมสนทนา Line ก็จะกลายเป็น “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” เผลอๆ อาจจะมีของแถมคือ “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์” เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น พี่ตุ๊กตาขอนำฎีกาเกี่ยวกับ “หมิ่นประมาท” มาให้ท่านได้ศึกษาค่ะ แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต, เหตุยกฟ้อง, ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11119/2558 การที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกข้อต่อสู้ตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า การกระทำนั้น เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิด ก็ชอบที่จะวินิจฉัยคดีไปตามนั้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 185 วรรคหนึ่ง และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันลงข้อความในเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมไปที่หน่วยงานราชการหลายแหล่ง แม้จะเป็นข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมก็ตาม แต่มิใช่เป็นการใส่ความโจทก์ร่วม เนื่องจาก เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริงว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมขายที่ดินให้โจทก์ร่วม เป็นเหตุให้เกิดความหวาดกลัวว่าโจทก์ร่วมเป็นข้าราชการทหารจะใช้อิทธิพลข่มขู่ …

แสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะไม่ผิดอาญา ข้อหา “หมิ่นประมาท”Read More »

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?

รถที่ยังผ่อนไม่หมด ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์ “ผู้ให้เช่าซื้อ” ส่วนลูกหนี้ “ผู้เช่าซื้อ” เป็นเพียงผู้ครอบครองเท่านั้น ถ้านำรถไปขาย อาจจะผิดอาญา ฐาน “ยักยอกทรัพย์” ได้ แต่ก็ยังมีเรื่องแปลกๆ ที่ทำให้ไม่ผิดยักยอก เรามาดูกรณีศึกษาตามฎีกาด้านล่าง แต่อย่าทำตามเลยเนอะ ถึงศาลท่านจะตัดสินว่าไม่ผิด เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ แต่กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ -_-” ยังผ่อนไม่หมด แต่นำรถไปขายต่อให้คนอื่น… A เป็นผู้เช่าซื้อและครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ  ซึ่งมีการทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคาร B ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.2556 A ได้ทำหนังสือสัญญาขายรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C ซึ่งอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อในราคา 850,000 บาท ในสัญญาซื้อขายระบุว่า รถยนต์คันดังกล่าวยังมีสถานะผ่อนชำระกับธนาคาร B อยู่ ซึ่งผู้ขายจะดำเนินการเคลียร์ปิดบัญชีและโอนให้ผู้ซื้อภายใน 31 ธ.ค.2556 พร้อมจ่ายส่วนที่เหลือ C ได้ชำระราคาให้แก่ A โดยโอนเงินผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม)เข้าบัญชี A รวม 10 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท เป็นเงิน 250,000 บาท A ได้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C …

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?Read More »

Scroll to Top