คดีแพ่ง

ส่งข้อความ “ยกหนี้ให้” ในเฟซบุ๊ก (facebook) มีผลผูกพันตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิกส์ นะเจ้าคะ

รำคาญลูกหนี้ ไม่ใช้หนี้ตรูซะที เลยอินบ๊อกซ์ไปบอกว่า “ไม่ต้องคืนแล้ว ยกให้หมดเลยจร้าาา” อย่าเห็นว่าใช้เป็นหลักฐานไม่ได้นะออเจ้าทั้งหลาย เพราะศาลฎีกาถือว่า มีผลผูกพันธ์คนส่งข้อความนะเจ้าคะ ตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ต่อไปอย่าพิมพ์พร่อยๆ นะออเจ้าทั้งหลาย ดั่งฎีกาด้านล่างนี้เจ้าค่ะ

ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ เคลมค่ารักษาจากทางใดได้บ้าง

บ่อยครั้งที่เราได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ ไม่ว่าจะขับรถตัวเองไปชนโดยไม่มีคู่กรณี หรือมีคู่กรณีก็ตาม มักจะมีปัญหาในใจเสมอว่า จะเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากใครดี แล้วจะเบิกซ้ำซ้อนได้หรือไม่

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)

ทุกวันนี้ คลีนิคเสริมความงามมีหลายรูปแบบ หาได้ง่ายกว่าร้านเซเว่นเสียแล้วล่ะค่ะ ทำให้คดีความที่เกิดขึ้นระหว่างแพทย์กับคนไข้ มากกว่าสมัยก่อนมาก เพราะคนไข้ไม่คิดว่าเป็นเวรกรรมหรือถึงคราวเคราะห์ ที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอีกต่อไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่า หนังสือที่คนไข้ลงลายมือชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา หากเกิดความเสียหายคนไข้จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์นั้น จะทำให้แพทย์พ้นผิดโดยสิ้นเชิงหรือไม่ พี่ตุ๊กตาได้รวบรวมคำพิพากษาฎีกาต่างๆ เกี่ยวกับคดีฟ้องแพทย์ พอจะสรุปได้ว่า กรณีแพทย์ต้องรับผิด การรักษาของแพทย์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยมากที่สุด ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือว่า “ประมาทอย่างร้ายแรง” กรณีแพทย์ไม่ต้องรับผิด ความเสียหายของคนไข้ มิใช่ผลโดยตรงจากการตรวจรักษาของแพทย์ คนไข้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ปกปิดไม่แจ้งเรื่องการแพ้ยาแก่แพทย์ ฯลฯ สิ่งที่คนไข้อาจจะเรียกร้องจากแพทย์ผู้ทำให้เสียหาย ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือผิดพลาดจากการรักษาของแพทย์ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามฐานานุรูปของคนไข้และทายาท ในกรณีคนไข้เสียชีวิติ ค่าความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าสูญเสียความสวยงาม ค่าสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น/ได้ยิน/เดิน ฯลฯ สรุป: หนังสือที่คนไข้เซ็นต์ยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาหรือทำหัตถการ ไม่มีผลทางกฎหมายที่จะห้ามมิให้คนไข้ฟ้องคดี หากเกิดความเสียหายขึ้นดังกล่าวแล้ว พี่ตุ๊กตาไม่ได้ยุให้ลุกขึ้นมาฟ้องหมอกันนะคะ แต่ในฐานะนักกฎหมาย ก็อยากจะเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายให้ประชาชนได้ศึกษากันไว้ค่ะ ตอนหน้าพี่ตุ๊กตาจะลงรายละเอียดมากกว่านี้ วันนี้เบาๆ ในวันหยุดชดเชย วันรัฐธรรมนูญ …

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)Read More »

เช็คฉ้อโกง

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…

พี่ตุ๊กตาได้รับคำถามบ่อยมาก ยุคเศรษฐกิจหยุดนิ่ง แต่เช็คไม่นิ่งด้วยน่ะสิ เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง กันสนุกสนาน…พอดีพี่ตุ๊กตาเจอฎีกาใหม่ ๆ เลย ศาลท่านฟันธงว่า… ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนี้ของผู้สั่งจ่ายเช็คก็ตาม เพราะผู้สั่งจ่ายเช็ค ตกลงที่จะผูกพันตนเข้าเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้เดิมโดยไม่ได้ขัดเจตนาหรือฝืนใจลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด มาดูฎีกาเต็ม ๆ กันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2560 นายจอห์น xxxxx กับพวก โจทก์ นางสาวภxxxxx จำเลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314, 900 หนึ่ง, 914, 989 หนึ่ง มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับเกิดจากการที่จำเลยตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของ ช. กรณีจึงต้องถือว่า จำเลยยอมเข้าผูกพันเป็นผู้ชำระหนี้แทน ช. โดยมิได้เป็นการขัดกับเจตนาของคู่กรณีหรือโดยฝืนใจลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 314 ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสามฉบับ จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คชำระเงิน 3,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 …

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…Read More »

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกา

กว่าพี่ตุ๊กตาจะว่าง หนังเรื่อง “เพื่อน.. ที่ระลึก” ก็ลาโรงไปแล้ว หนังผีเรื่องนี้ใช้ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” เป็นแรงบันดาลใจ …เรามาดูกันว่า สาเหตุการสร้างตึกนี้ไม่เสร็จมีเบื้องหลังคดีที่เกี่ยวข้องกัน ดูคดีอาญาไปแล้ว ทีนี้มาดูคดีแพ่งกันค่ะ คำฟ้องคดีแพ่งสืบเนื่องจากคดีลอบสังหารประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ยื่นฟ้องวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ๓๔๕๖/๒๕๕๔ ความแพ่ง ระหว่าง นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่ ๑, นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ ที่ ๒ โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ๑, สำนักงานอัยการสูงสุดที่ ๒ , สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด เรียกค่าเสียหาย จำนวนทุนทรัพย์ ๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๑ .โจทก์ที่ ๑ เป็นข้าราชการบำนาญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย …

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกาRead More »

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!

ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แล้วลงจากรถไปซื้อโรตี เลยทำให้รถหาย ประกันภัยไม่จ่ายค่ะ ! ปกติ เรามักจะคิดว่าเวลารถหาย ถ้าทำประกันภัย ประเภทหนึ่งไว้ จะต้องได้รับความคุ้มครอง แต่ล่าสุดมีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินให้บริษัท ผู้รับประกันภัย ไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ที่เอาประกัน เพราะการติดเครื่องยนต์ไว้ แล้วลงไปซื้อของ ทำให้คนร้ายขโมยรถไปได้ ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย รายละเอียดตามฎีกาที่ 1305/2559 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2559 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วลงจากรถไปซื้อของเป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควรโดยดับเครื่องยนต์และล็อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 879 วรรคหนึ่ง ———————————————————— คำพิพากษาย่อยาว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ …

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!Read More »

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่

เป็นที่ถกเถียงกันในแวดวงทนายเป็นประจำ เรื่องการเรียกค่าว่าจ้างเป็นเปอร์เซนต์ของทุนทรัพย์ หรือเงินที่จะได้รับจริงเมื่อชนะคดี ได้หรือไม่? ผิดมรรยาททนายหรือไม่? เรามาดูฎีกาที่เกี่ยวข้องกันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4164/2548 เรื่อง โมฆะกรรม (ปพพ. มาตรา 150) ข้อสัญญาจ้างว่าความที่ตกลงให้ผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างส่วนที่ 2 อีกร้อยละ 10 ของยอดหนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องและจากทุกจำนวนที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการจนผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณค่าทนายความในส่วนที่ 2 ตามเจตนาของคู่สัญญา โดยกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องดำเนินการให้ผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ก่อน จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 10 จากจำนวนเงินที่ผู้ว่าจ้างได้รับ แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องแต่ละคดี ข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ทนายความฯ และประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความฯ ทั้งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ผู้ชำระบัญชี นายสมเกียรติ จ. ร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์น. (มหาชน) ล้มละลาย เจ้าหนี้ บริษัทบ. และ ม. ทนายความ จำกัด คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ …

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่Read More »

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์

เมื่อมีความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่มีประกันภัย สามารถดำเนินการเรียกร้องได้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1. กระบวนการทางศาล ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ควรเรียกร้องไปที่บริษัทประกันภัยก่อน หากเจรจากันแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทประกันภัยจะออกหลักฐานใดๆ ให้ผู้ได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ตาม ก็สามารถไปดำเนินการทางศาลได้เลย ขั้นตอน 2 ที่ศาล: ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลแขวง ทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลจังหวัด/ศาลแพ่ง/ศาลแพ่งกรุงเทพใต้/ศาลแพ่งธนบุรี 2. กระบวนการของ คปภ. (คณะกรรมการประกันภัย) ซึ่งออกประกาศให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ในการติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ได้แก่ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหาย ผู้รับประโยชน์ ต้องไปติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กับฝ่ายสินไหมรถยนต์ของบริษัทประกันภัยนั้นก่อน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาค่าสินไหมให้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ 7 วัน หรือ 15 วัน แต่ในกรณีที่มีข้อขัดข้อง หรือมีความจำเป็น บริษัทประกันภัยจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ทราบเหตุนั้น ซึ่งในกรณีที่เป็นข้อเรียกร้องที่มีความยุ่งยากซับซ้อน …

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

“บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามกฎหมายเสียก่อน” …wording ที่เป็นหลักการสำคัญของการประกันวินาศภัย ที่ใช้ต่อสู้คดีเมื่อบริษัทประกันภัยตกเป็นจำเลย อนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับการประกันวินาศภัยมี 2 องค์กร ได้แก่ 1.  อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย กรณีอุบัติเหตุระหว่างรถมีประกันกับรถมีประกันซึ่งเป็นข้อพิพาททางรถยนต์ เดิมมีเป็นหมื่นคดีต่อปี ต่อมาเมื่อปี 2537 ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จึงมาปรึกษากันเพื่อลดเวลาค่าใช้จ่าย ออกมาในรูปแบบของการจัดตั้ง อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยด้วยกัน โดยเชิญอดีตผู้พิพากษามาทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการ มีข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม (ไม่เคร่งครัด) กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็ทำการสืบพยานหลักฐานในห้องพิจารณาคดี ชั้น ๔ อาคารสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยอนุญาโตตุลาการ ทนายความและพยานทุกฝ่าย ต่างก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ พยานไม่ต้องยืนในคอกพยานแบบในศาล ก่อนทำการสืบพยานก็มีกระบวนการไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ เป็นไปตาม “สัญญาระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย” ซึ่งลงนามโดยบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย กรณี ยื่นฟ้อง/ร้องขอ ให้มีคำพิพากษา/คำสั่ง เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เป็นเขตอำนาจศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 2. อนุญาโตตุลาการ สนง.คปภ. เมื่อปี 2551 สำนักงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสนง.คปภ. (กรมการประกันภัยเดิม) ได้จัดตั้งอนุญาโตตุลาการ เพื่อระงับข้อพิพาท ระหว่าง …

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้

กู้ยืมเงินเกินกว่า ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓) เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน ๓ ปี (ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๘) ทำสัญญาประกันภัย (ป.พ.พ. มาตรา ๘๖๗) ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ( ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๑) สัญญาค้ำประกัน (ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๐ วรรค สอง ) สัญญาจะซื้อจะขาย อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ ) ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐ บาทหรือกว่านั้นขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ท้าย) การโอนหนี้อันจะพึงชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ (ป.พ.พ. มาตรา ๓๐๖ วรรค แรก) การให้สิทธิ์อันมีตราสารนอกจากต้องส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับแล้ว ยังต้องมีหนังสือบอกกล่าวด้วย (ป.พ.พ. มาตรา ๕๒๔) …

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้Read More »

กฎหมายค้ำประกันใหม่ บรรยายโดยท่านอาจารย์ทองธาร เหลืองเรืองรอง ถ่ายทอดโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

กฎหมายค้ำประกันใหม่ โดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์  –  ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๐ ขออนุญาตนำสมุดบันทึกของผมที่เคยจดบันทึกย่อจากคำบรรยายของ: ท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเล่าสู่กันฟังในหมู่ทนายความ และขอกราบขอบพระคุณในความรู้จากท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ครับ [read more] กฎหมายค้ำประกันใหม่ คุ้มครองบุคคลธรรมดามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากๆ กฎหมายค้ำประกันใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างกติกาการรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน (ที่เป็นบุคคลธรรมดา) ไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวบทที่แก้ไข  1:  ม.๖๘๑/๑ [ป.พ.พ.] มาตรา ๖๘๑/๑    ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ … ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำฯซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น ย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐ อธิบาย: มาตรา ๖๘๑/๑ (via: อ.ทองธาร) – ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ (ดูที่วันทำสัญญา) ถ้าบุคคลธรรมดาทำสัญญาค้ำประกัน …

กฎหมายค้ำประกันใหม่ บรรยายโดยท่านอาจารย์ทองธาร เหลืองเรืองรอง ถ่ายทอดโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

ผู้เช่าซื้อ + ผู้ค้ำประกัน ขาดนัด แต่ศาลมีดุลพินิจปรับลดค่าขาดประโยชน์และอายุความฟ้องผู้ค้ำประกัน ได้ด้วย

ตั้งแต่กฎหมายค้ำประกันใหม่ ประกาศใช้ เรายังไม่มีบรรทัดฐานกันอย่างชัดเจนว่า จะใช้กฎหมายเก่า/ใหม่กันยังไง เร็ว ๆ นี้ มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ นำมาให้พวกเราศึกษากันโดย ท่าน Phawit Chaowalittawil ทีมทนาย Thai Law Consult ขออนุญาตนำคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีนี้มาลง และแยกประเด็นต่าง ๆ ในคำฟ้องโจทก์และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์มาลงไว้ในห้ทนายและประชาชนได้ทำความเข้าใจค่ะ คดีนี้ โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทไฟแนนซ์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ยื่นฟ้อง ผู้เช่าซื้อ เป็นจำเลยที่ 1 และ ผู้ค้ำประกัน เป็นจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองขาดนัด แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเบี้ยปรับ และอ้างกฎหมายใหม่เป็นคุณกับผู้ค้ำประกันให้ด้วย “เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ผู้เช่าซื้อ ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อจอห์นเดียร์ หมายเลขเครื่องยนต์ PE4045T923217 หมายเลขตัวถัง 1PO5715XPDT030464 จากโจทก์ในราคาเงินสด 1,314,000 บาท พร้อมใบมีดตัดดินหน้าราคา 66,000 บาท ผานบุกเบิกราคา 50,000 บาท …

ผู้เช่าซื้อ + ผู้ค้ำประกัน ขาดนัด แต่ศาลมีดุลพินิจปรับลดค่าขาดประโยชน์และอายุความฟ้องผู้ค้ำประกัน ได้ด้วยRead More »

ทนายชยุต รัตนพงษ์ เล่าเรื่องจริง การเดินเผชิญสืบ จาก ฎีกาก่อสร้างบ้านไม่เสร็จ

ฎีกาที่ ๔๓๓๔/๒๕๓๖ โจทก์สร้างบ้านยังไม่เสร็จ จะขอเบิกเงินงวดสุดท้ายแบบงวดก่อนๆ จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงใช้วิธีทาสีบ้านภายนอกให้ดูเหมือนสร้างเสร็จแล้ว จากนั้น จึงฟ้องเมื่อปี 2530 ข้อหา จ้างทำของ ผม (ทนายชยุต รัตนพงษ์) เป็นทนายจำเลย ให้การว่าจำเลยสร้างบ้านผิดแบบ โดยสร้างไม่เสร็จหลายรายการ รวมทั้งช่างทำเสียหายในโครงสร้างจะต้องรื้อสร้างใหม่หลายรายการ และโจทก์ละทิ้งงาน จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างงวดสุดท้าย เดินเผชิญสืบ ผม (ทนายชยุต รัตนพงษ์) ให้จำเลยจ้างบริษัทก่อสร้างมาประเมินค่าจ้างก่อสร้างทุกรายการ ทั้งที่จะต้องสร้างต่อ และที่ต้องรื้อสร้างใหม่บางส่วน จนเสร็จตามสัญญา ปรากฏว่ามีราคาสูงกว่าค่าจ้างงวดสุดท้ายกว่าสองเท่า ผมรับองค์คณะผู้พิพากษาทั้งสองท่านไปเดินเผชิญสืบในช่วงเช้า เสร็จเกือบเที่ยง จึงแวะทานข้าวกันก่อนที่จะไปส่งท่านที่ศาลแพ่ง (สนามหลวง) ผมนำศาลเดินดูทั้งจุดที่สร้างผิดแบบ และจุดที่ยังสร้างไม่เสร็จเกือบทุกจุด ยกเว้นจุดท่อระบายน้ำฝนที่รางน้ำคอนกรีตบนชายหลังคา (ศาลบอกไม่ต้อง เพียงพอแล้ว) เมื่อการเดินเผชิญสืบเสร็จสิ้น ฝ่ายโจทก์ก็แยกตัวกลับไป ผมเป็นฝ่ายขอเผชิญสืบ เป็นผู้รับผู้พิพากษามา ก็ต้องขับรถไปส่งทั้งสองท่านที่ศาล ครับ สรุปว่า จำเลยชนะคดีทั้ง 3 ศาล ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายแม้แต่บาทเดียว คดีเกี่ยวกับการก่อสร้างผิดแบบ หรือก่อสร้างไม่เสร็จ ย่อมมีความเสียหาย จำเป็นต้องจ้างบริษัทก่อสร้างที่ไม่เคยมีปัญหากับคู่คดีของเรา ไปประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมสร้างต่อจนเสร็จตามสัญญา และต้องนำผู้ประเมินราคาเข้าสืบด้วย …

ทนายชยุต รัตนพงษ์ เล่าเรื่องจริง การเดินเผชิญสืบ จาก ฎีกาก่อสร้างบ้านไม่เสร็จRead More »

“สิทธิอาศัย” ในที่ดิน ไม่อาจแย่งการครอบครอง หรือครอบครอบปรปักษ์

ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร เล่าเรื่องจากการต่อสู้คดี “ที่ดินมือเปล่า หรือ ที่ดิน น.ส.3 ก” ในฐานะ “ทนายจำเลย” ข้อเท็จจริง เดิมมีที่ดินมือเปล่าประมาณ 30 ไร่ มี พ่อแม่โจทก์ ครอบครองทำประโยชน์จากการแพ้วถาง ต่อมา พ่อโจทก์ ขายที่ดินมือเปล่า 30 ไร่ ให้แก่ จำเลย ในราคา 30,000 บาท ส่งมอบการครอบครองให้กับ จำเลย หลังจากขายให้ จำเลย แล้ว ทางราชการได้เดินสำรวจออก น.ส.3 ก จำเลย ยื่นขอออก น.ส.3 ก โดยอ้างว่าซื้อที่ดินมา นำสัญญาซื้อขายที่ดินไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้ออก นส. 3 ก.ให้ จำเลย จำเลย ไม่ได้ทำประโยชน์บนที่ดิน แต่ให้ พ่อโจทก์ ทำกินโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมา พ่อโจทก์ ตาย จำเลย ก็ให้ โจทก์ ทำกินบนที่ดินต่อไป โจทก์ ได้ปลูกสวนยางเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ที่ดินที่ โจทก์ ปลูกสวนยางมีราคาเพิ่มขึ้น ความโลภทำให้ โจทก์ ฟ้อง …

“สิทธิอาศัย” ในที่ดิน ไม่อาจแย่งการครอบครอง หรือครอบครอบปรปักษ์Read More »

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่ง

ละเมิดโดยการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ป.พ.พ. มาตรา 423 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6315/2556 การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงอันเป็นการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 นั้น ผู้กระทำจะต้องรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง โจทก์ฟ้องว่า ข้อความที่จำเลยกล่าวหาแก่ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ความจริงโจทก์ไม่ได้แสดงท่าทีไม่เต็มใจและไม่ได้พูดจาว่าให้ย้ายมารดาจำเลยมาอยู่ตึก ขตร. WARD สามัญ ห้องพิเศษอยู่ไม่ได้ ไม่ได้ตั้งท่าจะโยนเอกสารทิ้ง ไม่เคยแสดงท่าทางหยาบคาย โจทก์มีจรรยาแพทย์ มีจิตเมตา ไม่เคยมีประวัติหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับจิตบกพร่อง และไม่เคยจะใช้ปืนยิงคนไข้ จำเลยยอมรับในคำให้การว่าได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง แต่เป็นการร้องเรียนมารยาทในการปฏิบัติงานของโจทก์ ด้วยความสุจริต เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติ ชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งอยู่ในวิสัยของจำเลยกระทำได้เท่านั้น ไม่ได้ให้การชัดแจ้งว่าข้อความที่ร้องเรียนดังกล่าวเป็นความจริง หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทจำเลยก็ตกลงยอมรับผิดต่อโจทก์โดยยอมโฆษณาขอขมาโจทก์ทางหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ แสดงว่าข้อร้องเรียนของจำเลยไม่มีมูลความจริงและข้อความที่จำเลยร้องเรียนดังกล่าวมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของบุคคลในฐานะเยี่ยงจำเลยพึงกระทำ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 โจทก์ พันตำรวจโทตามพันธ์ นิลายน จำเลย พันตำรวจเอกหญิงดวงสมร เห่ววิพัฒน์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 46,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามฟ้องจริงโดยนำหนังสือร้องเรียนใส่ซองปิดมิดชิดและส่งไปถึงผู้บังคับบัญชาโจทก์โดยตรง ซึ่งจำเลยมีสิทธิทำได้เพราะเป็นการร้องเรียนมารยาทของโจทก์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของโจทก์โดยตรง คำกล่าวของจำเลยถือว่าได้กระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมเป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม …

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่งRead More »

ศาลเชื่อ “ข้อความในระบบไลน์” ให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้เราอยู่ในสังคมออนไลน์เกือบตลอดเวลาที่ตื่นเลยทีเดียว ทนายที่มีความรู้ทางเทคโนโลยีสื่อสาร, คอมพ์ฯ จะได้เปรียบนิดนึง เท่าที่พี่ตุ๊กตานึกออก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีอยู่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ. ความรับผิดทางคอมพิวเตอร์ ในอนาคตอันใกล้ คาดว่า คดีประเภทนี้จะขึ้นสู่ศาลมากขึ้นแน่นอน พี่ตุ๊กตาขอนำคำพิพากษาล่าสุด มาลงไว้ให้ทุกท่านได้ศึกษาเป็นแนวทางในการทำคดีค่ะ หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7  ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใด เพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 8  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความ นั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว ———– เรื่อง ยืม พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนเสร็จ …

ศาลเชื่อ “ข้อความในระบบไลน์” ให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้Read More »

ตายพร้อมกัน ไม่เป็นทายาทของกันและกันนะเธอว์

เป็นที่ถกเถียงในกลุ่มวิชาการของ “เพื่อนนักกฎหมายไทย” กันหลายวัน ถึงกรณี ตายพร้อมกัน แล้วไม่ได้เป็นทายาทของกันและกัน พี่ตุ๊กตาไปค้นคว้าดูแล้ว ปรากฏว่า เป็นหลักกฎหมายทั่วไป เรามาดูฎีกากันก่อน… คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13129/2556 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เผยแพร่เมื่อ: 8 ต.ค. 2557 14:01:00 คำพิพากษาย่อสั้น ธ. ซึ่งเป็นบุตรของ ก. และ ก. ตายพร้อมกัน ต่างไม่เป็นทายาทที่จะรับมรดกของกันและกัน เพราะในขณะที่บุคคลหนึ่งถึงแก่ความตายอีกบุคคลหนึ่งไม่มีสภาพบุคคลที่มีความสามารถที่จะมีสิทธิได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 15 และมาตรา 1604 วรรคหนึ่ง และกรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 1639 เนื่องจาก ธ. ทายาทไม่ได้ตายก่อน ก. เจ้ามรดกอันจะทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของ ธ. มีสิทธิรับมรดกแทนที่ ธ. โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกของ ก. ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา …

ตายพร้อมกัน ไม่เป็นทายาทของกันและกันนะเธอว์Read More »

รถโดนยึด ขายทอดตลาดได้เงินน้อยกว่าหนี้คงค้าง ต้องจ่ายส่วนต่างไหม ?

ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มีรถยนต์เช่าซื้อถูกยึดมากขึ้นอย่างน่าใจหาย ที่เป็นคดีขึ้นสู่ศาลส่วนใหญ่ เป็นการฟ้องเรียกเงินค่าส่วนต่าง ที่เกิดจากการขายรถที่ยึดมาได้ แล้วไม่เพียงพอกับหนี้ที่ยังค้างชำระอยู่ ลูกหนี้อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะผู้ให้เช่าซื้อก็ไม่ได้ทำตามสัญญาครบถ้วนเช่นกัน ตัวอย่างฎีกานี้ คือ การไม่บอกกล่าวให้ลูกหนี้ทราบว่าจะขายรถ เรามาดูกันว่า ศาลอุทธรณ์ท่านพิพากษาว่าอย่างไร คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ๓๑/๒๕๖๐ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ แผนกคดีผู้บริโภคตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ คันหมายเลขทะเบียน …. เพชรบูรณ์ พร้อมอุปกรณ์ไปจากโจทก์ ในราคาเช่าซื้อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ๖๖๙,๓๑๒.๔๕ บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน เดือนละ ๙,๒๗๗ บาท รวม ๗๒ งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ และงวดต่อไปชำระทุกวันที่ ๕ ของทุกเดือนติดต่อกันจนกว่าจะครบสัญญา มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และสัญญาค้ำประกัน …

รถโดนยึด ขายทอดตลาดได้เงินน้อยกว่าหนี้คงค้าง ต้องจ่ายส่วนต่างไหม ?Read More »

รับสภาพหนี้ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง มีผลเช่นไร ?

การรับสภาพหนี้ เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น รับสภาพหนี้ก่อนฟ้องคดี ก็ทำสัญญารับสภาพหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ การชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษา ก็ถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้เช่นกัน และมีผลทำให้อายุความบังคับคดีสะดุดหยุดลงด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ 5695/2558) ป.พ.พ. อายุความ มาตรา 193/32 ป.วิ.พ. บังคับคดี มาตรา 271 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9, 14 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2558 การนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งอันถึงที่สุดมาเป็นมูลฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย ไม่ใช่เรื่องการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 คดีดังกล่าวศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันที่คดีถึงที่สุด อายุความจึงเริ่มนับ แต่ปรากฏว่าระหว่างยังไม่พ้นอายุความในวันที่ 21 มกราคม 2554 จำเลยชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษาให้แก่ โจทก์เป็นเงิน …

รับสภาพหนี้ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง มีผลเช่นไร ?Read More »

อายุความ บัตรเครดิต (ฎีกา 2551 – 2559)

ป.พ.พ. เริ่มนับอายุความ อายุความสะดุดหยุดลง อายุความ มาตรา 193/12, 193/15, 193/34 (7) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7729/2557 จำเลยชำระหนี้ 2,000 บาท แก่โจทก์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549โดยผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยรับสภาพหนี้ต่อโจทก์และเป็นเหตุทำให้อายุความใช้สิทธิเรียกร้องของโจทก์สะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2549 อันเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งอายุความของมูลหนี้บัตรเครดิตมีกำหนด 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 ซึ่งยังไม่เกิน 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำเลย นายระพิพงษ์ ศิริภักดิ์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 84,104.22 …

อายุความ บัตรเครดิต (ฎีกา 2551 – 2559)Read More »

เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม ต้องสร้างตามใบปลิวโฆษณาตอนแรกที่เปิดโครงการ – (ฎีกา) –

ตอนจะขายเอาเงินเรา ก็โฆษณา พรรณนาเสียเลิศหรูอลังการงานสร้าง ว่าจะมีสวนทรอปิคานา, ห้องออกกำลัง, ฯลฯ แต่พอสร้างเสร็จไม่ได้เป็นไปตามใบปลิวที่แจก ให้นำใบโฆษณาเหล่านั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาขายคอนโด เรามาดูว่า ศาลฎีกาท่านพิพากษาคดีเหล่านี้อย่างไรบ้าง… คำพิพากษาฎีกาย่อสั้น ภาระจำยอม, ย้ายภาระจำยอม, ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 1, 30 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10665/2558 จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในโครงการกับผู้ซื้อพร้อมกับแจก ใบโฆษณาให้แก่ผู้ซื้อด้วย ใบโฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อ จะขายด้วย จำเลยต้องผูกพันตามสัญญาโดยจัดทำสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ได้ ขนาดตามที่ได้โฆษณา ใบโฆษณาที่ระบุว่า คันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร (สูงกว่าระดับทางหลวงสายเอเชีย 1.50 เมตร) กว้าง 16 เมตร ปลูกก่อไผ่ เป็นรั้วล้อมรอบตามแนวคันดินกั้นน้ำ ประกอบกับหนังสือของสำนักงาน ที่ดินจังหวัด ที่ระบุว่า หากทำคันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร กว้าง 16 เมตร จะไม่มีการรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ซื้อแปลงอื่น ๆ เนื่องจากเขตคันดินที่เจ้าของโครงการจัดแบ่งที่ดินไว้มีขนาดกว้างประมาณ 20 ถึง …

เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม ต้องสร้างตามใบปลิวโฆษณาตอนแรกที่เปิดโครงการ – (ฎีกา) –Read More »

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?

รถที่ยังผ่อนไม่หมด ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์ “ผู้ให้เช่าซื้อ” ส่วนลูกหนี้ “ผู้เช่าซื้อ” เป็นเพียงผู้ครอบครองเท่านั้น ถ้านำรถไปขาย อาจจะผิดอาญา ฐาน “ยักยอกทรัพย์” ได้ แต่ก็ยังมีเรื่องแปลกๆ ที่ทำให้ไม่ผิดยักยอก เรามาดูกรณีศึกษาตามฎีกาด้านล่าง แต่อย่าทำตามเลยเนอะ ถึงศาลท่านจะตัดสินว่าไม่ผิด เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ แต่กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ -_-” ยังผ่อนไม่หมด แต่นำรถไปขายต่อให้คนอื่น… A เป็นผู้เช่าซื้อและครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ  ซึ่งมีการทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคาร B ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.2556 A ได้ทำหนังสือสัญญาขายรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C ซึ่งอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อในราคา 850,000 บาท ในสัญญาซื้อขายระบุว่า รถยนต์คันดังกล่าวยังมีสถานะผ่อนชำระกับธนาคาร B อยู่ ซึ่งผู้ขายจะดำเนินการเคลียร์ปิดบัญชีและโอนให้ผู้ซื้อภายใน 31 ธ.ค.2556 พร้อมจ่ายส่วนที่เหลือ C ได้ชำระราคาให้แก่ A โดยโอนเงินผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม)เข้าบัญชี A รวม 10 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท เป็นเงิน 250,000 บาท A ได้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C …

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?Read More »

ครอบครองปรปักษ์…จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ต่อมาบุคคลภายนอกซื้อที่ดินนั้น “โดยไม่สุจริต” หมายความว่าอย่างไร

ที่ดินมีโฉนด อาจถูก “ครอบครองปรปักษ์” เพื่อแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ หากครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แต่บุคคลภายนอกที่ “สุจริต และ เสียค่าตอบแทน” จะได้รับการคุ้มครอง เรามาดูคำพิพากษาฎีกาว่า มีเหตุใดบ้างที่บุคคลภายนอกที่ซื้อทีดินที่ถูกครอบครองปรปักษ์แล้ว กระทำการโดย “ไม่สุจริต” จดทะเบียนทรัพยสิทธิ, ครอบครองปรปักษ์, ป.ที่ดิน, กฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2497 ข้อ 8 (1) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2559 จำเลยและ จ. เข้าครอบครองที่ดินพิพาทเพราะ ห. ยกให้และครอบครอง ต่อมาโดยแสดงออกว่าจำเลยและ จ. เป็นเจ้าของโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของตลอดมาเกิน 10 ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดย การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 พฤติการณ์ที่ พ. และโจทก์ทราบว่าจำเลยและ จ. และครอบครัว พักอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดมา หลังจาก พ. …

ครอบครองปรปักษ์…จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ต่อมาบุคคลภายนอกซื้อที่ดินนั้น “โดยไม่สุจริต” หมายความว่าอย่างไรRead More »

รถหาย ที่ลานจอดรถในห้างฯ …ใครต้องรับผิดชอบ ?

พี่ตุ๊กตา เห็นแชร์กันผิด ๆ ว่อน Line / Facebook ให้ทำโน่นนี่นั่น เช่น รีบหาใบเสร็จซื้อของในห้าง เก็บไว้เป็นหลักฐาน พวกเราอย่าเชื่อเรื่องที่แชร์ในโซเชียลทันทีทันใด เพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของบทความ เมื่อก่อนเวลาเราเอารถไปจอดในห้างฯ ต้องแลกบัตร แล้วห้างฯ ก็จะดูแลรถเราเป็นอย่างดี แต่อยู่มาวันหนึ่ง รถของลูกค้าหาย ลูกค้าก็เลยฟ้องร้องว่าห้างฯ ไม่ดูแลรถให้ดี ทางห้างฯ ก็พยายามอ้างว่าเป็นความผิดของ รปภ. ให้ไปเอาผิดกับบริษัท รปภ. แต่ศาลไม่เห็นด้วย และให้เหตุผลว่าห้างฯ เป็นผู้จ้างบริษัท รปภ. ดังนั้นเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นห้างฯ ในฐานะตัวการ จะต้องรับผิดร่วมกับตัวแทน ส่วนห้างจะไปไล่เบี้ยเอากับบริษัท รปภ. ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากนั้น ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เลยงดการแลกบัตร และติดตั้งกล้องวงจรปิดแทน แล้วก็บอกว่าที่ให้จอดรถ ไม่ใช่เป็นการรับฝากรถนะ และยังเขียนป้ายบอกอีกว่า ทางห้างฯ ไม่รับผิดชอบ กรณีเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งทางห้างคิดว่าถ้าทรัพย์สินลูกค้าสูญหายในห้างฯ ก็คงไม่ต้องรับผิดชอบแล้ว …แต่จะเป็นดังที่ห้างฯ คิดหรือเปล่า เรามาดูกัน… ทำไมถึงไม่ใช่การรับฝากรถ…เพราะการรับฝากทรัพย์จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 …

รถหาย ที่ลานจอดรถในห้างฯ …ใครต้องรับผิดชอบ ?Read More »

สำเนาเอกสาร เช่น สัญญากู้ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาล ได้หรือไม่ ?

กฎหมายบัญญัติให้ศาลรับฟังเฉพาะ “ต้นฉบับเอกสาร” เท่านั้น มีข้อยกเว้นหรือไม่? อย่างไร? คำพิพากษาฎีกาที่ 8140/2542 แพ่ง กู้ยืมเงิน วิแพ่ง รับฟังพยานหลักฐาน ไม่เป็นนำสืบนอกประเด็น อ้างสำเนาเอกสารได้ พิพากษาเกินคำขอ ขณะยื่นฟ้อง โจทก์มีต้นฉบับสัญญากู้ยืมเงินแต่สูญหายไปศาลจึงรับฟังสำเนาสัญญากู้ยืมเงินเป็นพยานหลักฐานได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) โจทก์ตั้งฐานความผิดตามฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินแต่ทางนำสืบของโจทก์หยิบยกข้อเท็จจริงใหม่ไม่ตรงกับฟ้องโจทก์ในข้อสาระสำคัญ และศาลล่างทั้งสองได้ชี้ขาดตัดสินคดีโดยหยิบยกข้อเท็จจริงตามทางนำสืบขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องโจทก์ตั้งฐานความผิดตามฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงิน การนำสืบของโจทก์ในเรื่องมูลหนี้เดิมคือมูลหนี้แชร์ เป็นการนำสืบถึงที่มาของจำนวนเงินกู้ เป็นรายละเอียดของคำฟ้องโจทก์สามารถนำสืบได้ หาใช่นอกฟ้องนอกประเด็นไม่ คำพิพากษาฎีกาย่อยาว คำพิพากษาฎีกาที่ 8140/2542 โจทก์ นางสาวมยุรี ฐิติรุ่งโรจน์กุล จำเลย นายพงษ์ ฐิติรุ่งโรจน์กุล ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87, 93(2) โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2538 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 200,000 บาท กำหนดชำระภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2538 จำเลยรับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญาครบกำหนด …

สำเนาเอกสาร เช่น สัญญากู้ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาล ได้หรือไม่ ?Read More »

Scroll to Top