บทความกฎหมาย

คำพูด “สั่งเสียก่อนตาย” รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพียงใด

บทความแรก ฉลอง ด็อกเตอร์ ป้ายแดง:-P 😳 😆 “สาวม้ง” ที่ถูกถ่ายคลิปประจาน ได้สั่งเสียก่อนตายว่าใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้นางคิดสั้น จะใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่ ???

ลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือ ?

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้หลายคนคงได้ยินข่าวในเรื่องของศิลปินละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ที่ฟังดูเบื้องต้นแล้วอาจรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้าง และยิ่งรู้สึกแปลกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่ว่านั้น คือการนำเพลงที่วงตัวเองผลิตผลงานกันขึ้นมาไปร้อง แต่ดันเป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ไปเสียอย่างนั้น ข่าวในลักษณะนี้เริ่มเป็นที่โด่งดังในช่วงต้นปี 2558 ที่ศิลปินฟอร์ด สบชัย โดนทางค่ายแจ้งว่าละเมิดลิขสิทธิ์จากการนำเพลง หยุดตรงนี้ที่เธอ ไปร้องในงานแต่งงานภายในโรงแรม โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถึงความเหมาะสมในการเอื้อกฎหมายนี้ เพราะว่าเป็นเพลงของนักร้องแต่หลังจากหมดสัญญากับทางค่ายเก่าแล้วก็ไม่สามารถนำไปใช้ร้องเพลงในงานจ้างต่าง ๆ ได้เลย Big Ass เป็นอีกศิลปินที่ต้องเจอกับปัญหานี้ กับการนำเอาเพลง ก่อนตาย ไปเล่นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แล้วกลายเป็นมีเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลงตามมาในภายหลัง ซึ่งเพลงนั้นถือเป็นเพลงที่ทำให้วงเริ่มมีชื่อเสียง หลังจากนั้นจึงมีเพลง ไม่ค่อยเต็ม และ เล่นของสูง รวมไปถึงอีกหลายเพลงที่โด่งดังตามมาในอัลบั้มหลัง ๆ ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เป็นปัญหาที่ดูไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับศิลปินนัก อย่างเช่นวง Silly Fools หลังจากที่หมดสัญญาจากแกรมมี่แล้วได้นักร้องใหม่เข้ามา พร้อมกับไปร่วมงานกับอีกค่ายนึงแทน ชนิดที่แฟนเกมส์ตกปลายังรู้สึกงุนงง เพลงที่พวกเขาทำเองในช่วงนั้นไม่สามารถนำไปเล่นที่ไหนได้เลย เราจึงสังเกตว่า Silly Fools เวลาที่ไปเล่นคอนเสิร์ตจะไม่เล่นเพลงในช่วงนั้น แต่จะเล่นเพลงในยุคที่เก่ากว่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสมัยที่โต-ณัฐพล พุทธภาวนา ยังคงเป็นนักร้องนำให้กับวง ตามกฎหมายแล้วระบุโดยมีใจความสำคัญว่า ทางศิลปินหากจะนำเพลงจากทางค่ายไปแสดงในเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องขออนุญาต …

ลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือ ?Read More »

ส่งข้อความ “ยกหนี้ให้” ในเฟซบุ๊ก (facebook) มีผลผูกพันตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิกส์ นะเจ้าคะ

รำคาญลูกหนี้ ไม่ใช้หนี้ตรูซะที เลยอินบ๊อกซ์ไปบอกว่า “ไม่ต้องคืนแล้ว ยกให้หมดเลยจร้าาา” อย่าเห็นว่าใช้เป็นหลักฐานไม่ได้นะออเจ้าทั้งหลาย เพราะศาลฎีกาถือว่า มีผลผูกพันธ์คนส่งข้อความนะเจ้าคะ ตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ต่อไปอย่าพิมพ์พร่อยๆ นะออเจ้าทั้งหลาย ดั่งฎีกาด้านล่างนี้เจ้าค่ะ

ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ เคลมค่ารักษาจากทางใดได้บ้าง

บ่อยครั้งที่เราได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ ไม่ว่าจะขับรถตัวเองไปชนโดยไม่มีคู่กรณี หรือมีคู่กรณีก็ตาม มักจะมีปัญหาในใจเสมอว่า จะเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากใครดี แล้วจะเบิกซ้ำซ้อนได้หรือไม่

แจ้งความเท็จ ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษ

คิดจะแจ้งความเอาใครติดคุก ต้องระวังด้วยนะคะ ถ้าไม่มีความผิดอาญาเกิดขึ้นจริงๆ แต่ไปมโนด้วยเหตุผลสารพัดว่า เป็นเอ็งแน่ๆ เลยที่ทำผิด …อย่าทำเชียวนา พี่ตุ๊กตาหวังดีค่ะ เพราะอาจจะได้ที่อยู่ที่กินฟรีนะคะ …

แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาต่อเจ้าพนักงาน – false report of a crime

เราจะทำเล่นๆ กับกฎหมายไม่ได้นะคะ ทะลึ่งไปแจ้งความมั่วๆ จะได้ที่อยู่ที่กินฟรี นะเจ้าคะ

เผยแพร่ “หมายจับ” ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อออนไลน์ หรือช่องทางใดก็ตาม “ละเมิดอำนาจศาล” นะจ๊ะ

23 ก.ค. 57 ศาลมีหนังสือถึง ผบ.ตร. ผบช.น. รอง ผบช.ศ. รอง ผบช.น. เพื่อขอให้ กวดขัน กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งประเทศว่า จะต้องไม่นำหมายจับของศาลไปเผยแพร่ หากมีการตรวจสอบพบว่า บุคคลใดก็ตาม กระทำการฝ่าฝืนจะถือว่าเข้าข่าย “ละเมิดอำนาจศาล”

เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก แล้ว “รอลงอาญา” ต่อมาทำผิดอีก จะรอลงอาญา อีกหรือไม่

คดีก่อนถูกรอลงอาญา รอแล้วรออีกได้ แต่ถ้าศาลในคดีหลัง พิพากษาไม่ให้รอ ก็ต้องนำโทษจำคุกในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)

ทุกวันนี้ คลีนิคเสริมความงามมีหลายรูปแบบ หาได้ง่ายกว่าร้านเซเว่นเสียแล้วล่ะค่ะ ทำให้คดีความที่เกิดขึ้นระหว่างแพทย์กับคนไข้ มากกว่าสมัยก่อนมาก เพราะคนไข้ไม่คิดว่าเป็นเวรกรรมหรือถึงคราวเคราะห์ ที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอีกต่อไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่า หนังสือที่คนไข้ลงลายมือชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา หากเกิดความเสียหายคนไข้จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์นั้น จะทำให้แพทย์พ้นผิดโดยสิ้นเชิงหรือไม่ พี่ตุ๊กตาได้รวบรวมคำพิพากษาฎีกาต่างๆ เกี่ยวกับคดีฟ้องแพทย์ พอจะสรุปได้ว่า กรณีแพทย์ต้องรับผิด การรักษาของแพทย์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยมากที่สุด ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือว่า “ประมาทอย่างร้ายแรง” กรณีแพทย์ไม่ต้องรับผิด ความเสียหายของคนไข้ มิใช่ผลโดยตรงจากการตรวจรักษาของแพทย์ คนไข้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ปกปิดไม่แจ้งเรื่องการแพ้ยาแก่แพทย์ ฯลฯ สิ่งที่คนไข้อาจจะเรียกร้องจากแพทย์ผู้ทำให้เสียหาย ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือผิดพลาดจากการรักษาของแพทย์ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามฐานานุรูปของคนไข้และทายาท ในกรณีคนไข้เสียชีวิติ ค่าความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าสูญเสียความสวยงาม ค่าสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น/ได้ยิน/เดิน ฯลฯ สรุป: หนังสือที่คนไข้เซ็นต์ยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาหรือทำหัตถการ ไม่มีผลทางกฎหมายที่จะห้ามมิให้คนไข้ฟ้องคดี หากเกิดความเสียหายขึ้นดังกล่าวแล้ว พี่ตุ๊กตาไม่ได้ยุให้ลุกขึ้นมาฟ้องหมอกันนะคะ แต่ในฐานะนักกฎหมาย ก็อยากจะเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายให้ประชาชนได้ศึกษากันไว้ค่ะ ตอนหน้าพี่ตุ๊กตาจะลงรายละเอียดมากกว่านี้ วันนี้เบาๆ ในวันหยุดชดเชย วันรัฐธรรมนูญ …

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)Read More »

เช็คฉ้อโกง

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…

พี่ตุ๊กตาได้รับคำถามบ่อยมาก ยุคเศรษฐกิจหยุดนิ่ง แต่เช็คไม่นิ่งด้วยน่ะสิ เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง กันสนุกสนาน…พอดีพี่ตุ๊กตาเจอฎีกาใหม่ ๆ เลย ศาลท่านฟันธงว่า… ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนี้ของผู้สั่งจ่ายเช็คก็ตาม เพราะผู้สั่งจ่ายเช็ค ตกลงที่จะผูกพันตนเข้าเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้เดิมโดยไม่ได้ขัดเจตนาหรือฝืนใจลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด มาดูฎีกาเต็ม ๆ กันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2560 นายจอห์น xxxxx กับพวก โจทก์ นางสาวภxxxxx จำเลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314, 900 หนึ่ง, 914, 989 หนึ่ง มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับเกิดจากการที่จำเลยตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของ ช. กรณีจึงต้องถือว่า จำเลยยอมเข้าผูกพันเป็นผู้ชำระหนี้แทน ช. โดยมิได้เป็นการขัดกับเจตนาของคู่กรณีหรือโดยฝืนใจลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 314 ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสามฉบับ จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คชำระเงิน 3,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 …

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…Read More »

ล่อซื้อยาเสพติด

การ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่

สมัยนี้ตำรวจนิยมใช้วิธีการ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด โดยให้สายลับไปตีสนิทกับกลุ่มเป้าหมาย แล้วล่อซื้อ เพื่อให้ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติด จึงมีปัญหาว่า การล่อซื้อยาเสพติดให้โทษของสายลับนั้น กระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญาหรือไม่ และ สามารถนำมารับฟังลงโทษผู้กระทำความผิดได้ หรือไม่ เคยมีคำคำวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีากาที่ 2803/2554 การใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเป็นเพียงการกระทำเท่าที่จำเป็นและสมควรในการแสวงหาพยานหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามตามอำนาจใน ป.วิ.อ. มาตรา 2 (10) ชอบที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกระทำได้เพื่อให้ได้โอกาสจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมด้วยพยานหลักฐาน อันเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลยทั้งสาม ไม่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ จึงไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ที่เกิดจากการใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน ป.วิ.อ. มาตรา 16 กำหนดให้อำนาจเจ้าพนักงานตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไว้ว่าต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นๆ พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2548 มาตรา 4 กำหนดให้มีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นส่วนราชการหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมาตรา 5 กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอื่นอันเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักร กับมีการออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2548 ข้อ 1 กำหนดให้มีกองบังคับการสอบสวนเป็นส่วนราชการหนึ่งในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และข้อ 2 กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักร แสดงว่ากองบังคับการสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจสอบสวนความผิดข้างต้นทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น พนักงานสอบสวน กองบังคับการสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้โดยชอบ ไม่ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา …

การ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่Read More »

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสม

ปัญหาเกี่ยวกับงานสอบสวนนั้นอาจกล่าวได้ว่ามีมากมายมหาศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทั่วไปนั้นหากเลือกให้ปฏิบัติงานในสายงานอื่นก็อยากที่จะออกไปปฏิบัติสายงานอื่นมากกว่า เนื่องจากได้ทำงานเป็นเวลา, กฎหมายและระเบียบไม่ได้เคร่งครัดมากมายเหมือนการเป็นพนักงานสอบสวน และการทำงานสอบสวนมักจะถูกตำหนิตลอดเวลาว่าเป็น “หนังหน้าไฟ” และมักมีผู้แสดงความคิดเห็นตลอดเวลาว่าต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ แต่แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาทำหน้าที่สอบสวนเอง ก็มีน้อยคนนักที่จะรักปฏิบัติหน้าที่สอบสวน เพราะมีข้อจำกัดทั้งทางด้านการบริหารและหน้าที่ตามกฎหมายให้ปฏิบัติเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เขียนตั้งใจเขียนงานนี้ด้วยความเป็นกลางและหวังว่าผู้สนใจจะสนใจความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานโดยตรงบ้าง มิได้มุ่งตำหนิผู้ปฏิบัติงานสอบสวนเนื่องจากเข้าใจดีว่าการปฏิบัติงานสอบสวนท่ามกลางความขัดแย้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมิได้มีความคิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแม้ปัจจุบันความเป็นกลางจะถูกกลืนกินจนจุดยืนที่ต้องการความเป็นกลางนั้น ถูกตั้งข้อสงสัยและในบางกรณีถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผู้เขียนต้องการหาทางออกในปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสามารถหาทางออกได้ในกรณีใดบ้าง เพราะความขัดแย้งในทางกฎหมายแล้วย่อมสามารถหาทางออกได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “ความขัดแย้งคือความยุติธรรม” (Justice is conflict) แต่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจและร่วมมือกันหาทางแก้ไขให้ปัญหาต่างๆ ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นปัญหาที่สำคัญที่สุดของการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน อาจถือได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญของการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ดี ซึ่งจะต้องพยายามรักษาสมดุล (Balance) ระหว่าง อำนาจรัฐในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากนัก หากคำนึงถึงแต่ความคล่องตัวในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษมากเกินไป ประชาชนก็อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการจับ การค้น การสอบสวน การควบคุมตัว ฯลฯ ในทำนองเดียวกัน หากมุ่งจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป โดยเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้กระทำความผิดก็อาจพ้นจากการถูกนำตัวมาลงโทษอันจะส่งผลเสียหายต่อสังคม (เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, พิมพ์ครั้งที่ 6 (กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิรรัชการพิมพ์, 2551), น.1-2.; Edward …

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสมRead More »

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐาน

บทวิเคราะห์ จากท่านชนทบท ศุภศรี : ผสมยานอนหลับ คำพิพากษาฎีกานี้ ได้ตำหนิการทำงานของพนักงานสอบสวน ดังนี้ 1. พนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจสอบร่างกายของผู้เสียหายว่า ที่นอนหลับไปเพราะกินยานอนหลับหรือเพราะมีสารที่ทำให้ง่วง หรือเพราะดื่มเบียร์ 2. พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งขวดเครื่องดื่มที่อ้างว่าผู้เสียหายดื่มนั้น ไปตรวจพิสูจน์ว่า ในเครื่องดื่มนั้นมียานอนหลับหรือสารที่ทำให้ง่วงผสมอยู่ด้วยหรือไม่ 3. แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่ได้ให้การเช่นนั้น จึงอาจจะเป็นการแปลคำพูดผิดไปก็ได้ ( เพราะจำเลยทั้งสองเป็นชาวต่างชาติ ) 4. พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยปราศจากข้อสงสัย 5. คดีคงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3056/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์ นาย คาดริม ฮุซเซ็น กับพวกจำเลย ประมวลกฎหมายอาญา ม.335, 339 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174, 227 แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าร่วมกันวางแผนใช้ยานอนหลับผสมในเครื่องดื่มให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่ม และร่วมกันลักทรัพย์หลายรายการในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองหลับก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณากลับปฏิเสธว่ามิได้กระทำเช่นนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นชาวต่างชาติ จึงเป็นไปได้ว่าล่ามอาจแปลคำให้การไม่ถูกต้อง ดังนั้น …

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐานRead More »

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปี

คดีนี้ศาลชั้นต้น ใช้เวลา 15 ปี ในการสืบพยาน แล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาเป็นยกฟ้องจำเลย… โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันใช้ จ้าง วาน ฆ่า นายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา คดีโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2536 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2535 – 25 พ.ค.2536 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 4 ได้บังอาจเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริมให้นายอภิชิต จำเลยที่ 3 ติดต่อนายบรรเจิด จันทนะเปลิน จัดหาบุคคลไปฆ่า นายประมาณ โดยจะให้ค่าจ้างมือปืนจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่ง นายบรรเจิด ตอบตกลง และติดต่อให้ นายสมพร จำเลยที่ 1 และ นายเณร จำเลยที่ …

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปีRead More »

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^

คดีนี้เมื่อปี 2536 นับเป็นข่าวครึกโครมมากเนื่องจากขณะเกิดเหตุ ท่านประมาณ ชันชื่อ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ส่วน นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ก็เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และเป็นสถาปนิกชื่อดัง เจ้าของตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” ที่นำมาสร้างเป็นหนังผีเรื่อง “เพื่อน.. ระลึก” เรามาดูรายละเอียดในคดีกันค่ะ ศึกษาเอาไว้ทำคำฟ้องคำให้การได้เลยจ๊ะ… คดีนี้ในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่กลับให้การปฏิเสธในชั้นศาล ส่วนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธโดยตลอด ศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2536 โดยทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบฝ่ายละหลายสิบปากโดยฝ่ายโจทก์มีนายตำรวจหลายนาย อาทิ พล.ต.ท.โสภณ สวิคามิน, พล.ต.ท.ธนู หอมหวน, พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย (ขณะนั้น) พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง (ขณะนั้น) ฯลฯ โดยใช้เวลาพิจารณาคดี และสืบพยานนานกว่า 15 ปี ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษา ส่วนท่านประมาณ ชันซื่อ …

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^Read More »

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกา

กว่าพี่ตุ๊กตาจะว่าง หนังเรื่อง “เพื่อน.. ที่ระลึก” ก็ลาโรงไปแล้ว หนังผีเรื่องนี้ใช้ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” เป็นแรงบันดาลใจ …เรามาดูกันว่า สาเหตุการสร้างตึกนี้ไม่เสร็จมีเบื้องหลังคดีที่เกี่ยวข้องกัน ดูคดีอาญาไปแล้ว ทีนี้มาดูคดีแพ่งกันค่ะ คำฟ้องคดีแพ่งสืบเนื่องจากคดีลอบสังหารประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ยื่นฟ้องวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ๓๔๕๖/๒๕๕๔ ความแพ่ง ระหว่าง นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่ ๑, นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ ที่ ๒ โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ๑, สำนักงานอัยการสูงสุดที่ ๒ , สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด เรียกค่าเสียหาย จำนวนทุนทรัพย์ ๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๑ .โจทก์ที่ ๑ เป็นข้าราชการบำนาญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย …

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกาRead More »

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!

ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แล้วลงจากรถไปซื้อโรตี เลยทำให้รถหาย ประกันภัยไม่จ่ายค่ะ ! ปกติ เรามักจะคิดว่าเวลารถหาย ถ้าทำประกันภัย ประเภทหนึ่งไว้ จะต้องได้รับความคุ้มครอง แต่ล่าสุดมีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินให้บริษัท ผู้รับประกันภัย ไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ที่เอาประกัน เพราะการติดเครื่องยนต์ไว้ แล้วลงไปซื้อของ ทำให้คนร้ายขโมยรถไปได้ ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย รายละเอียดตามฎีกาที่ 1305/2559 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2559 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วลงจากรถไปซื้อของเป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควรโดยดับเครื่องยนต์และล็อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 879 วรรคหนึ่ง ———————————————————— คำพิพากษาย่อยาว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ …

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!Read More »

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกัน

การปล่อยชั่วคราว คือ การอนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นจากการถูกควบคุมของเจ้าพนักงานหรือศาล ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือขังเป็นเวลานานเกินกว่าจำเป็น บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลย (บรรลุนิติภาวะแล้ว) บุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา/มารดา ผู้สืบสันดาน สามี/ภรรยา ญาติพี่น้อง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในทางอื่น เช่น นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา ประเภทของการขอปล่อยชั่วคราว (ศาลยุติธรรม และ ศาลเด็ก) การปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องทำสัญญาประกันและไม่ต้องมีหลักประกัน แต่ต้องสาบานว่าจะต้องมาตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ลงลายมือชื่อและมีการทำสัญญาไว้ต่อศาล ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ ตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน ลงลายมือชื่อในสัญญาประกันต่อศาลว่าจะมาศาลตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล มีการวางหลักประกันไว้ต่อศาลเพื่อที่จะสามารถบังคับเอากับหลักประกันในกรณีผิดสัญญาต่อศาล การปล่อยชั่วคราวโดยศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กหรือเยาวชนแก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์กร ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย หรือบุคคลหรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควร ลงลายมือชื่อในสัญญารับมอบตัวต่อศาลว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามกำหนดนัด หากผิดสัญญาปรับครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ขอประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ฯ ถือเป็นที่สุด ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ประกันในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นใหม่ หลักประกันหรือหลักทรัพย์ที่จะนำมาใช้เป็นหลักประกันต่อศาล ได้แก่ เงินสด โฉนดที่ดิน, น.ส.3ก พันธบัตรรัฐบาล …

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกันRead More »

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาา

การที่จะฟ้องร้อง ร้องเรียน ร้องขอให้ลงโทษ หรือสารพัดร้องอะไรก็ตาม ต้องดึงสติกันสักนิด เพราะอาจจะได้มีที่อยู่ ที่กินฟรี ได้นะคะ เป็นความผิดที่ไม่ต้องการพยานบุคคลด้วยสิ เพราะเป็นตัวหนังสือล้วนๆ เลย ไม่มีการดิ้นเหมือนคนเป็นๆ นะจ๊ะ ถ้าร้องเท็จ ก็มักจะแถมด้วย หมิ่นประมาท แต่ถ้าขยันทำให้ปรากฏเป็นตัวอักษร ก็จะขยับฐานะเป็น มาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาค่ะ พี่ตุ๊กตาขอนำฎีกามาให้อ่านกันจนอิ่ม อ่านเสร็จไม่ต้องทานข้าวต้มรอบดึกกันเลยทีเดียว … อาญา แจ้งความเท็จ (มาตรา 173) คำพิพากษาฎีกาที่ 3383/2541 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ นอกจากจะต้องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษแล้ว ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าข้อความที่แจ้งนั้นเป็นเท็จด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แจ้งความเท็จว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น การแจ้งความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ———————————— โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 174,90 และ 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 วรรคสอง ลงโทษจำคุก …

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาาRead More »

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???

อยู่ดี ๆ นึกครึ้มอกครึ้มใจ เขียนคำร้องเล่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือร้องเรียน ไปที่สารพัดหน่วยงานเอกชน/ราชการ ก่อนที่จะทำ ต้องตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อนว่า เรื่องที่เราจะร้องเรียนนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ปันๆ เคยบอกว่า “ดึงสติกันหน่อยจ๊ะ” แต่ถ้าดึงสติไม่ทัน แล้วกลายเป็นเรื่องเท็จไปซะง้้น เรามาดูตัวบทกฎหมายกันค่ะ ว่ามีความผิดอะไรยังไง แล้วทำไมต้องมีของแถมเป็น “หมิ่นประมาท” ด้วย กรณี ร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชา (เอกชน) กรณีคำร้องที่เป็นเท็จนั้นไม่ใช่คำคู่ความจึงไม่เป็นการตั้งประเด็นระหว่างคู่ความก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ เช่น -การยื่นคำร้องเท็จในคำร้องข้อยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล(ฎ.291/2480) -นายประกันยื่นคำร้องเท็จว่าจำเลยตาย เพื่อให้ตนพ้นผิดตามสัญญาประกัน(ฎ.447/2484,2302/2523) -นายประกันแสดงหลักทรัพย์เท็จเพื่อขอประกันตัวจำเลย(ฎ.571/2471) มาตรา 137 การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – เจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ – คำพิพากษาฎีกาที่ 1050/2514 ความผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยต้องรู้อยู่ว่าข้อความที่ตนไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานนั้นเป็นความเท็จ ถ้าจำเลยเชื่อโดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นนั้น จำเลยก็ยังไม่มีความผิดฐานนี้ – “การแจ้ง” – “การแจ้ง” คือ “ให้ทราบ” …

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???Read More »

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียด

“ศาล” มีหน้าที่พิจารณา-วินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งให้แก่คู่พิพาท จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือที่จะผดุงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันศาลยุติธรรม ในอันที่จะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว นอกจากประมวลกฎหมายอาญาจะได้บัญญัติลงโทษแก่บุคคลที่กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม มาตรา 167 ถึงมาตรา 199 แล้ว ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ยังได้บัญญัติให้อำนาจแก่ศาลที่จะลงโทษคู่ความหรือบุคคลที่รบกวนขัดขวางการพิจารณาของศาล ซึ่งเรียกว่า “การทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล” ตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 บัญญัติว่า “ให้ศาลมีอำนาจออกข้อกำหนดใด ๆ แก่คู่ความฝ่ายหนึ่ง หรือแก่บุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจำเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรม และรวดเร็ว อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึงการสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญ หรือในทางประวิงให้ชักข้า หรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร” มาตรา 31 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ให้ถือว่ากระทำ ผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ตามมาตราก่อน อันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำขอ และได้รับอนุญาตจากศาลให้ฟ้องหรือสู้คดีอย่างคนอนาถาแล้ว ปรากฏว่าได้นำคดีนั้นขึ้นสู่ศาลโดยตนรู้แล้วว่าไม่มีมูล หรือได้สาบานตัวให้ถ้อยคำตาม มาตรา 156 ว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ ซึ่งเป็นความเท็จ (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความ หรือส่งเอกสารอื่น …

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียดRead More »

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะ

“ละเมิดอำนาจศาล” กลับมาฮอทฮิตกันอีกครั้งในแวดวงทนาย เรามาดูข้อกฎหมาย และตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกัน เพราะการขาดสติวู่วามในการกระทำการใด ๆ ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวง บางครั้งอาจจะหมายถึงอิสรภาพกันเลยทีเดียว ถ้าประชาชนธรรมดาอาจจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหมายได้ แต่ถ้าเป็นนักกฎหมายแล้ว จะอ้างว่าอะไรดี ??? เพื่อให้ศาลลงโทษสถานเบา??? เรามาดูกันค่ะว่า “ละเมิดอำนาจศาล” คืออะไร ความผิดฐาน “ละเมิดอำนาจศาล” เป็นความผิดต่อศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาและรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล เมื่อบุคคลใดกระทำการอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลและข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลไม่ว่าทางใด ศาลย่อมมีอำนาจค้นหาความจริงและลงโทษบุคคลนั้นได้ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551) แม้ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจะมีโทษทางอาญา แต่ก็มิใช่คดีอาญาซึ่งคู่ความหรือบุคคลอื่นใดสามารถยื่นฟ้องผู้กระทำเพื่อให้ศาลลงโทษได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้นหรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น (4) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวนความหรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 54 (5) ขัดขืนไม่มาศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา 19 หรือเมื่อมีหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นตามมาตรา 277 …

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะRead More »

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???

จำเลยคนหนึ่ง ในคดีที่ราษฎรฟ้องเอง ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยนี้ที่อ้างว่ามีอาชีพเป็นทนายความ (ย้ำนะคะ “ทนายความ”) ได้ยื่นคำร้องขอพยานเอกสารที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานหนึ่ง โดยให้เหตุผลในคำร้องว่า “จำเลยประสงค์จะนำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีมาถามค้าน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของโจทก์ และพยานโจทก์ที่จะนำสืบ จึงเป็นเอกสารที่ต้องหมายเรียกมาศาล” ศาลท่านมีคำสั่งในคำร้องว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้องโจทก์ จำเลยยังไม่มีสิทธิ์นำสืบพยาน หากประสงค์จะใช้เอกสารใดถามค้าน ต้องดำเนินการให้ได้เอกสารมาเอง ทั้งในชั้นนี้ไม่ปรากฏว่าเอกสารที่ขอให้ศาลออกหมายเรียกเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีอย่างไร จึงไม่อนุญาต” เรามาดูข้อกฎหมายที่ศาลอ้างในคำสั่ง ซึ่งไม่ต้องอาศัยฎีกาใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงตามตัวบทเลย ถ้าทนายท่านนั้นไม่ทราบว่าตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างไร พี่ตุ๊กตาขอนำตัวบทมาลงให้ศึกษานะคะ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบจำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือจำเลยจะไม่มาแต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ข้อสังเกต น้อง ๆ ทนายป้ายแดง …

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???Read More »

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่

เป็นที่ถกเถียงกันในแวดวงทนายเป็นประจำ เรื่องการเรียกค่าว่าจ้างเป็นเปอร์เซนต์ของทุนทรัพย์ หรือเงินที่จะได้รับจริงเมื่อชนะคดี ได้หรือไม่? ผิดมรรยาททนายหรือไม่? เรามาดูฎีกาที่เกี่ยวข้องกันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4164/2548 เรื่อง โมฆะกรรม (ปพพ. มาตรา 150) ข้อสัญญาจ้างว่าความที่ตกลงให้ผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างส่วนที่ 2 อีกร้อยละ 10 ของยอดหนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องและจากทุกจำนวนที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการจนผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณค่าทนายความในส่วนที่ 2 ตามเจตนาของคู่สัญญา โดยกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องดำเนินการให้ผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ก่อน จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 10 จากจำนวนเงินที่ผู้ว่าจ้างได้รับ แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องแต่ละคดี ข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ทนายความฯ และประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความฯ ทั้งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ผู้ชำระบัญชี นายสมเกียรติ จ. ร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์น. (มหาชน) ล้มละลาย เจ้าหนี้ บริษัทบ. และ ม. ทนายความ จำกัด คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ …

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่Read More »

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์

เมื่อมีความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่มีประกันภัย สามารถดำเนินการเรียกร้องได้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1. กระบวนการทางศาล ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ควรเรียกร้องไปที่บริษัทประกันภัยก่อน หากเจรจากันแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทประกันภัยจะออกหลักฐานใดๆ ให้ผู้ได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ตาม ก็สามารถไปดำเนินการทางศาลได้เลย ขั้นตอน 2 ที่ศาล: ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลแขวง ทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลจังหวัด/ศาลแพ่ง/ศาลแพ่งกรุงเทพใต้/ศาลแพ่งธนบุรี 2. กระบวนการของ คปภ. (คณะกรรมการประกันภัย) ซึ่งออกประกาศให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ในการติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ได้แก่ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหาย ผู้รับประโยชน์ ต้องไปติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กับฝ่ายสินไหมรถยนต์ของบริษัทประกันภัยนั้นก่อน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาค่าสินไหมให้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ 7 วัน หรือ 15 วัน แต่ในกรณีที่มีข้อขัดข้อง หรือมีความจำเป็น บริษัทประกันภัยจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ทราบเหตุนั้น ซึ่งในกรณีที่เป็นข้อเรียกร้องที่มีความยุ่งยากซับซ้อน …

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียร

ทีมทนายพี่ตุ๊กตาเล่าประสบการณ์คดีนี้ให้ น้องๆ ฟังดีกว่า เกี่ยวกับเรื่องการปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ผมมาเป็นทนายจำเลยหลังจากที่เขารับสารภาพ คดีฉ้อโกงในศาลชั้นต้น แต่ต่อมาจำเลยต้องการที่ปฏิเสธ ผมจึงยื่นคำร้องขอกลับคำให้การพร้อมแสดง เหตุพิเศษ อันสมควร แต่ศาลไม่อนุญาต ได้พิพากษาจำคุกจำเลย โดยอ้างว่า จำเลย ประวิงคดี โทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ผมได้อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และประกันตัวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ 240,000 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในวันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น ผม (ทนายโอชวิน งานธนเธียร) ได้เขียนฎีกาเสร็จภายในวันที่พิพากษาและขอให้ผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาให้เนื่องจากเป็นคดีต้องห้ามฎีกา ที่ผมทำเสร็จในวันเดียวกันนั้น เพราะเข้าใจว่า หากยื่นฎีกาแล้ว ศาลคงให้ประกันตัว หลังจากยื่นฎีกาแล้วผมก็ขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ผลปรากฏว่าศาลชั้นต้นต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาสั่ง ซึ่งต่อมาศาลฎีกาสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพราะคดีมีทุนทรัพย์สูงและต้องห้ามฎีกาเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวแล้วจำเลยจะหลบหนี ทุกคดี จะเป็นทำนองนี้ ถ้าหากเป็นคดีต้องห้ามฎีกาก็จะประกันตัวไม่ได้ เว้นแต่ ศาลได้รับฎีกาแล้ว วันนี้จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากศาลอุทธรณ์ ท่านหนึ่งได้รับรองว่า ที่ฎีกานี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่สำคัญ ที่สมควรสู่ศาลสูง จึงอนุญาตให้ฎีกา หลังจากทราบว่าศาลได้โปรดรับฎีกาแล้ว ผมมั่นใจว่าประกันตัวได้ จึงยื่นประกันตัวตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า และศาลอนุญาตในวันนี้ ประเด็นที่จะเล่าก็คือ …

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียรRead More »

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

“บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามกฎหมายเสียก่อน” …wording ที่เป็นหลักการสำคัญของการประกันวินาศภัย ที่ใช้ต่อสู้คดีเมื่อบริษัทประกันภัยตกเป็นจำเลย อนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับการประกันวินาศภัยมี 2 องค์กร ได้แก่ 1.  อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย กรณีอุบัติเหตุระหว่างรถมีประกันกับรถมีประกันซึ่งเป็นข้อพิพาททางรถยนต์ เดิมมีเป็นหมื่นคดีต่อปี ต่อมาเมื่อปี 2537 ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จึงมาปรึกษากันเพื่อลดเวลาค่าใช้จ่าย ออกมาในรูปแบบของการจัดตั้ง อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยด้วยกัน โดยเชิญอดีตผู้พิพากษามาทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการ มีข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม (ไม่เคร่งครัด) กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็ทำการสืบพยานหลักฐานในห้องพิจารณาคดี ชั้น ๔ อาคารสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยอนุญาโตตุลาการ ทนายความและพยานทุกฝ่าย ต่างก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ พยานไม่ต้องยืนในคอกพยานแบบในศาล ก่อนทำการสืบพยานก็มีกระบวนการไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ เป็นไปตาม “สัญญาระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย” ซึ่งลงนามโดยบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย กรณี ยื่นฟ้อง/ร้องขอ ให้มีคำพิพากษา/คำสั่ง เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เป็นเขตอำนาจศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 2. อนุญาโตตุลาการ สนง.คปภ. เมื่อปี 2551 สำนักงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสนง.คปภ. (กรมการประกันภัยเดิม) ได้จัดตั้งอนุญาโตตุลาการ เพื่อระงับข้อพิพาท ระหว่าง …

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!

ถึงแม้ว่า ผู้ตายจะเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่ก็กลับออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ นอกจากนี้ การที่ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย บุตรของผู้ตายจึงไม่เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการได้ จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3391/2559 ป.อ. บันดาลโทสะ ฆ่าผู้อื่น มาตรา 72, 288 ป.วิ.อ. ผู้เสียหาย ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ผู้เสียหายข้อเข้าร่วมเป็นโจทก์ ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มาตรา 2 (4), 5 (2), 30, 218 ความผิดฐาน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดว่าผู้ตายจะเข้าทำร้ายจำเลยอีกโดยผู้ตายวิ่งกลับไปที่รถยนต์จอดอยู่และไม่ปรากฏว่าขณะนั้นผู้ตายมีอาวุธติดตัวด้วย ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่อย่างไรก็ดี …

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!Read More »

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้

กู้ยืมเงินเกินกว่า ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓) เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน ๓ ปี (ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๘) ทำสัญญาประกันภัย (ป.พ.พ. มาตรา ๘๖๗) ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ( ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๑) สัญญาค้ำประกัน (ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๐ วรรค สอง ) สัญญาจะซื้อจะขาย อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ ) ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐ บาทหรือกว่านั้นขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ท้าย) การโอนหนี้อันจะพึงชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ (ป.พ.พ. มาตรา ๓๐๖ วรรค แรก) การให้สิทธิ์อันมีตราสารนอกจากต้องส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับแล้ว ยังต้องมีหนังสือบอกกล่าวด้วย (ป.พ.พ. มาตรา ๕๒๔) …

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้Read More »

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร

วันนี้ (16 ก.ย. 2560) เป็นอีกวัน และเป็นอาทิตย์ที่สองของการเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์ทำคดีบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อกฎหมายบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อเท็จจริงในคดีบ้าง ผม (ทนายจิรเดช ศิรินคร) ขอเล่าเรื่อง “หมวดความผิดเกี่ยวกับการค้า” ลักษณะ ๘ แห่ง ป.อาญา เทียบกับความผิดฐานฉ้อโกง หมวด ๓ แห่ง ป.อาญา “ความผิดฐานฉ้อโกง” นั้น สมาชิกทุกท่านคงคุ้นเคยมากกว่า เพราะพอลูกความมาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ทนายความที่ไต่สวนข้อเท็จจริงก็จะพุ่งเป้าไปที่ฐานความผิดฉ้อโกงทันที หากไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะเป็น “ผิดสัญญาทางแพ่ง” ความผิดฐานฉ้อโกงปอ. ม. 341, 342, 344 ถึง 347, 349 ถึง 350 ล้วนแต่เป็นความผิดอันยอมความได้ ความผิดอันยอมความได้ หมายความว่า คดีความผิดที่ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรง สังคมไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากการกระทำผิดนั้นด้วย ดังนั้น ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเข้าดำเนินคดีได้เอง หรือมอบให้รัฐดำเนินคดีแทนก็ได้ และมีสิทธิยุติคดีเมื่อใดก็ได้ ไม่ว่าจะด้วยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือตกลงประนีประนอมยอมความก็ตาม แต่วันนี้ ผมจะมาเล่าสู่ท่านสมาชิกฟังเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการค้า …

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินครRead More »

กฎหมายค้ำประกันใหม่ บรรยายโดยท่านอาจารย์ทองธาร เหลืองเรืองรอง ถ่ายทอดโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

กฎหมายค้ำประกันใหม่ โดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์  –  ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๐ ขออนุญาตนำสมุดบันทึกของผมที่เคยจดบันทึกย่อจากคำบรรยายของ: ท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเล่าสู่กันฟังในหมู่ทนายความ และขอกราบขอบพระคุณในความรู้จากท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ครับ [read more] กฎหมายค้ำประกันใหม่ คุ้มครองบุคคลธรรมดามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากๆ กฎหมายค้ำประกันใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างกติกาการรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน (ที่เป็นบุคคลธรรมดา) ไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวบทที่แก้ไข  1:  ม.๖๘๑/๑ [ป.พ.พ.] มาตรา ๖๘๑/๑    ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ … ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำฯซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น ย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐ อธิบาย: มาตรา ๖๘๑/๑ (via: อ.ทองธาร) – ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ (ดูที่วันทำสัญญา) ถ้าบุคคลธรรมดาทำสัญญาค้ำประกัน …

กฎหมายค้ำประกันใหม่ บรรยายโดยท่านอาจารย์ทองธาร เหลืองเรืองรอง ถ่ายทอดโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

ผู้เช่าซื้อ + ผู้ค้ำประกัน ขาดนัด แต่ศาลมีดุลพินิจปรับลดค่าขาดประโยชน์และอายุความฟ้องผู้ค้ำประกัน ได้ด้วย

ตั้งแต่กฎหมายค้ำประกันใหม่ ประกาศใช้ เรายังไม่มีบรรทัดฐานกันอย่างชัดเจนว่า จะใช้กฎหมายเก่า/ใหม่กันยังไง เร็ว ๆ นี้ มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ นำมาให้พวกเราศึกษากันโดย ท่าน Phawit Chaowalittawil ทีมทนาย Thai Law Consult ขออนุญาตนำคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีนี้มาลง และแยกประเด็นต่าง ๆ ในคำฟ้องโจทก์และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์มาลงไว้ในห้ทนายและประชาชนได้ทำความเข้าใจค่ะ คดีนี้ โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทไฟแนนซ์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ยื่นฟ้อง ผู้เช่าซื้อ เป็นจำเลยที่ 1 และ ผู้ค้ำประกัน เป็นจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองขาดนัด แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเบี้ยปรับ และอ้างกฎหมายใหม่เป็นคุณกับผู้ค้ำประกันให้ด้วย “เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ผู้เช่าซื้อ ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อจอห์นเดียร์ หมายเลขเครื่องยนต์ PE4045T923217 หมายเลขตัวถัง 1PO5715XPDT030464 จากโจทก์ในราคาเงินสด 1,314,000 บาท พร้อมใบมีดตัดดินหน้าราคา 66,000 บาท ผานบุกเบิกราคา 50,000 บาท …

ผู้เช่าซื้อ + ผู้ค้ำประกัน ขาดนัด แต่ศาลมีดุลพินิจปรับลดค่าขาดประโยชน์และอายุความฟ้องผู้ค้ำประกัน ได้ด้วยRead More »

ทนายชยุต รัตนพงษ์ เล่าเรื่องจริง การเดินเผชิญสืบ จาก ฎีกาก่อสร้างบ้านไม่เสร็จ

ฎีกาที่ ๔๓๓๔/๒๕๓๖ โจทก์สร้างบ้านยังไม่เสร็จ จะขอเบิกเงินงวดสุดท้ายแบบงวดก่อนๆ จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงใช้วิธีทาสีบ้านภายนอกให้ดูเหมือนสร้างเสร็จแล้ว จากนั้น จึงฟ้องเมื่อปี 2530 ข้อหา จ้างทำของ ผม (ทนายชยุต รัตนพงษ์) เป็นทนายจำเลย ให้การว่าจำเลยสร้างบ้านผิดแบบ โดยสร้างไม่เสร็จหลายรายการ รวมทั้งช่างทำเสียหายในโครงสร้างจะต้องรื้อสร้างใหม่หลายรายการ และโจทก์ละทิ้งงาน จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างงวดสุดท้าย เดินเผชิญสืบ ผม (ทนายชยุต รัตนพงษ์) ให้จำเลยจ้างบริษัทก่อสร้างมาประเมินค่าจ้างก่อสร้างทุกรายการ ทั้งที่จะต้องสร้างต่อ และที่ต้องรื้อสร้างใหม่บางส่วน จนเสร็จตามสัญญา ปรากฏว่ามีราคาสูงกว่าค่าจ้างงวดสุดท้ายกว่าสองเท่า ผมรับองค์คณะผู้พิพากษาทั้งสองท่านไปเดินเผชิญสืบในช่วงเช้า เสร็จเกือบเที่ยง จึงแวะทานข้าวกันก่อนที่จะไปส่งท่านที่ศาลแพ่ง (สนามหลวง) ผมนำศาลเดินดูทั้งจุดที่สร้างผิดแบบ และจุดที่ยังสร้างไม่เสร็จเกือบทุกจุด ยกเว้นจุดท่อระบายน้ำฝนที่รางน้ำคอนกรีตบนชายหลังคา (ศาลบอกไม่ต้อง เพียงพอแล้ว) เมื่อการเดินเผชิญสืบเสร็จสิ้น ฝ่ายโจทก์ก็แยกตัวกลับไป ผมเป็นฝ่ายขอเผชิญสืบ เป็นผู้รับผู้พิพากษามา ก็ต้องขับรถไปส่งทั้งสองท่านที่ศาล ครับ สรุปว่า จำเลยชนะคดีทั้ง 3 ศาล ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายแม้แต่บาทเดียว คดีเกี่ยวกับการก่อสร้างผิดแบบ หรือก่อสร้างไม่เสร็จ ย่อมมีความเสียหาย จำเป็นต้องจ้างบริษัทก่อสร้างที่ไม่เคยมีปัญหากับคู่คดีของเรา ไปประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมสร้างต่อจนเสร็จตามสัญญา และต้องนำผู้ประเมินราคาเข้าสืบด้วย …

ทนายชยุต รัตนพงษ์ เล่าเรื่องจริง การเดินเผชิญสืบ จาก ฎีกาก่อสร้างบ้านไม่เสร็จRead More »

“สิทธิอาศัย” ในที่ดิน ไม่อาจแย่งการครอบครอง หรือครอบครอบปรปักษ์

ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร เล่าเรื่องจากการต่อสู้คดี “ที่ดินมือเปล่า หรือ ที่ดิน น.ส.3 ก” ในฐานะ “ทนายจำเลย” ข้อเท็จจริง เดิมมีที่ดินมือเปล่าประมาณ 30 ไร่ มี พ่อแม่โจทก์ ครอบครองทำประโยชน์จากการแพ้วถาง ต่อมา พ่อโจทก์ ขายที่ดินมือเปล่า 30 ไร่ ให้แก่ จำเลย ในราคา 30,000 บาท ส่งมอบการครอบครองให้กับ จำเลย หลังจากขายให้ จำเลย แล้ว ทางราชการได้เดินสำรวจออก น.ส.3 ก จำเลย ยื่นขอออก น.ส.3 ก โดยอ้างว่าซื้อที่ดินมา นำสัญญาซื้อขายที่ดินไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้ออก นส. 3 ก.ให้ จำเลย จำเลย ไม่ได้ทำประโยชน์บนที่ดิน แต่ให้ พ่อโจทก์ ทำกินโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมา พ่อโจทก์ ตาย จำเลย ก็ให้ โจทก์ ทำกินบนที่ดินต่อไป โจทก์ ได้ปลูกสวนยางเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ที่ดินที่ โจทก์ ปลูกสวนยางมีราคาเพิ่มขึ้น ความโลภทำให้ โจทก์ ฟ้อง …

“สิทธิอาศัย” ในที่ดิน ไม่อาจแย่งการครอบครอง หรือครอบครอบปรปักษ์Read More »

ยกเลิกการล้มละลาย

ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลายได้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดั่งต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผล เพื่อประโยชน์ แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายเพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียม หรือ […อ่านต่อ…]

บุกรุก

ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุก […อ่านต่อ…] อ่านบทความฉบับเต็ม ThaiLawConsult.com/บุกรุก [/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]

แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คำร้องเท็จ

การยื่น “คำร้อง” ต่อศาล ถือว่าเป็นการ “แจ้งความต่อเจ้าพนักงาน” และมีสถานะอื่นใดอีกหรือไม่ ? พี่ตุ๊กตา (ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร) ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา มาอธิบายได้ดังนี้ “คำร้อง” ที่ยื่นต่อศาล ให้ถือว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2523 อัยการนครราชสีมาโจทก์ นายเฉลียว เจนกลาง กับพวกจำเลย ประมวลกฎหมายอาญา ม.137, 162, 264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 (4) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 จำเลยที่ 2 เป็นสารวัตรกำนันปฏิบัติหน้าที่แทนกำนันเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ออกสำเนาทะเบียนบ้านว่าย้ายออกและมีหน้าที่ทำ กรอกข้อความ ลงในมรณบัตรตามอำนาจหน้าที่โดยลงชื่อจำเลยที่ 2 ในช่องนายทะเบียน ผู้รับแจ้ง มรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าว จึงเป็นเอกสารที่แท้จริง ที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้น แม้ข้อความในมรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านไม่ตรงกับ ความจริง ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา161 แต่เป็นความผิดตาม มาตรา 162 คำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวจะต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดี คำว่า ‘ศาล’ หมายถึง …

แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คำร้องเท็จRead More »

ฟ้องกลับ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ คืออะไร โทษหนักเพียงใด

ความผิดฐานฟ้องเท็จ กฎหมายมิเพียงแต่จะคุ้มครองสิทธิของคู่ความในคดี แต่ยังมุ่งคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอีกด้วย เพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐ และอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง [read more] พี่ตุ๊กตา (ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร) ขอเตือนว่า อย่าใช้ “คำฟ้อง” หรือ “คำร้อง” เป็นเครื่องมือโดยทุจริตในการ “แก้เกี้ยว” หรือ “สะใจ” ให้ใช้สติและถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงที่จะฟ้อง หรือเบิกความในศาล ถ้าไม่เป็นความจริง จะมีโทษมหันต์เพียงใด และอาจจะถูก “ฟ้องกลับ” ได้ ฟ้องกลับ เรามักจะคุ้นหูกับคำว่า “ฟ้องกลับ” แท้จริงแล้ว มันคืออะไร ? จะฟ้องกลับได้ในกรณีใดบ้าง พี่ตุ๊กตาจะขอยกคำอธิบายจากฎีกาประกอบดังนี้ ฟ้องเท็จ การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตาม ป.อ. มาตรา 175 ต้องเป็นการนำความเท็จในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาไปแกล้งฟ้องผู้อื่นให้รับโทษ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และต้องรู้ว่าความที่นำมาฟ้องนั้นเป็นเท็จ องค์ประกอบต่าง ๆ แยกได้ดังนี้ มีการฟ้องคดีต่อศาล ผู้ฟ้อง ต้องทราบว่าความที่นำไปฟ้องและเบิกความนั้นเป็นเท็จ ต้องมีการยืนยันข้อเท็จจริง ความเท็จนั้น ต้องเป็นสาระสำคัญในคดี …

ฟ้องกลับ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ คืออะไร โทษหนักเพียงใดRead More »

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่ง

ละเมิดโดยการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ป.พ.พ. มาตรา 423 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6315/2556 การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงอันเป็นการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 นั้น ผู้กระทำจะต้องรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง โจทก์ฟ้องว่า ข้อความที่จำเลยกล่าวหาแก่ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ความจริงโจทก์ไม่ได้แสดงท่าทีไม่เต็มใจและไม่ได้พูดจาว่าให้ย้ายมารดาจำเลยมาอยู่ตึก ขตร. WARD สามัญ ห้องพิเศษอยู่ไม่ได้ ไม่ได้ตั้งท่าจะโยนเอกสารทิ้ง ไม่เคยแสดงท่าทางหยาบคาย โจทก์มีจรรยาแพทย์ มีจิตเมตา ไม่เคยมีประวัติหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับจิตบกพร่อง และไม่เคยจะใช้ปืนยิงคนไข้ จำเลยยอมรับในคำให้การว่าได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง แต่เป็นการร้องเรียนมารยาทในการปฏิบัติงานของโจทก์ ด้วยความสุจริต เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติ ชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งอยู่ในวิสัยของจำเลยกระทำได้เท่านั้น ไม่ได้ให้การชัดแจ้งว่าข้อความที่ร้องเรียนดังกล่าวเป็นความจริง หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทจำเลยก็ตกลงยอมรับผิดต่อโจทก์โดยยอมโฆษณาขอขมาโจทก์ทางหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ แสดงว่าข้อร้องเรียนของจำเลยไม่มีมูลความจริงและข้อความที่จำเลยร้องเรียนดังกล่าวมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของบุคคลในฐานะเยี่ยงจำเลยพึงกระทำ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 โจทก์ พันตำรวจโทตามพันธ์ นิลายน จำเลย พันตำรวจเอกหญิงดวงสมร เห่ววิพัฒน์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 46,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ตามฟ้องจริงโดยนำหนังสือร้องเรียนใส่ซองปิดมิดชิดและส่งไปถึงผู้บังคับบัญชาโจทก์โดยตรง ซึ่งจำเลยมีสิทธิทำได้เพราะเป็นการร้องเรียนมารยาทของโจทก์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของโจทก์โดยตรง คำกล่าวของจำเลยถือว่าได้กระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมเป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม …

ไขข่าว แพร่หลาย เป็นการละเมิดทางแพ่งRead More »

ฎีกา คดีหมิ่นประมาท ปี 2550 – 2560

ความผิดฐานหมิ่นประมาท ถ้าได้กระทำการโดยมีลักษณะเป็นการป่าวประกาศให้ประชาชนรู้อย่างแพร่หลาย อาจจะผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้ แต่ก็ต้องบรรยายให้ครบองค์ประกอบของการหมิ่นประมาท และถ้าพ่วง “โดยการโฆษณา” ก็ต้องบรรยายให้ชัดเจนด้วย ว่าเป็นการโฆษณายังไง พี่ตุ๊กตาคัดคำพิพากษาฎีกา หมิ่นประมาท เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมายสู่ประชาชนค่ะ…[read more] ตัวการ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ป.อ. มาตรา 83, 328 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13025/2557 ข้อความตามเอกสารมีใจความว่า โจทก์ร่วมเป็นนักการเมืองใหญ่มีอิทธิพลใช้กำลังพลและอาวุธปืนข่มขู่ให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ซอยให้ใส่เสื้อกั๊กที่มีชื่อโจทก์ร่วมและเรียกเก็บเงินค่าทำประวัติ ค่าเสื้อกั๊กและค่ารายวัน อันเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากเกร็ดซึ่งขณะนั้นมีผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าว เจ้าของพื้นที่ก็ไม่กล้าเข้าไปจัดการในเรื่องนี้ และในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มีผู้เสียหายที่ 1 ผู้สมัครหมายเลข 1 โจทก์ร่วมเป็นผู้สนับสนุน ส่วนจำเลยที่ 1 สนับสนุน ส. ผู้สมัครหมายเลข 5 โดยมีข้อความพาดพิงถึงผู้เสียหายที่ 1 กับโจทก์ร่วมว่า หากคุณเป็นคนจังหวัดนนทบุรีที่มีสิทธิเลือกตั้งได้รับเอกสารดังกล่าว ก็ให้เลือกคนดีเข้ามาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเพื่อบริหารบ้านเมืองและเพื่อสนองตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าเลือกคนไม่ดีตามข้อความดังกล่าวให้เข้ามามีอำนาจ อาจก่อความเดือดร้อนและวุ่นวายได้ ซึ่งเห็นได้ว่าเมื่อราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับเอกสารย่อมเข้าใจข้อความในเอกสารดังกล่าวว่าโจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี เป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นใช้อำนาจเก็บผลประโยชน์จากผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ราษฎรเลือกผู้เสียหายที่ 1 เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จึงเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมต่อราษฎรซึ่งเป็นบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมโดยการโฆษณา การที่จำเลยที่ …

ฎีกา คดีหมิ่นประมาท ปี 2550 – 2560Read More »

ศาลเชื่อ “ข้อความในระบบไลน์” ให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้เราอยู่ในสังคมออนไลน์เกือบตลอดเวลาที่ตื่นเลยทีเดียว ทนายที่มีความรู้ทางเทคโนโลยีสื่อสาร, คอมพ์ฯ จะได้เปรียบนิดนึง เท่าที่พี่ตุ๊กตานึกออก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีอยู่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ. ความรับผิดทางคอมพิวเตอร์ ในอนาคตอันใกล้ คาดว่า คดีประเภทนี้จะขึ้นสู่ศาลมากขึ้นแน่นอน พี่ตุ๊กตาขอนำคำพิพากษาล่าสุด มาลงไว้ให้ทุกท่านได้ศึกษาเป็นแนวทางในการทำคดีค่ะ หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7  ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใด เพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 8  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความ นั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว ———– เรื่อง ยืม พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนเสร็จ …

ศาลเชื่อ “ข้อความในระบบไลน์” ให้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้Read More »

รายชื่อจำเลย คดีจำนำข้าว จำคุก บุญทรง 42 ปี / ภูมิ 36 ปี

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงนักการเมือง,ข้าราชการ และเอกชน รวม 28 คน ซึ่งถูกอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 157 และฐานใช้อำนาจทุจริตสร้างความเสียหาย เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 151 ตามประมวลกฎหมายอาญา และกระทำผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล และพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ล่าสุดศาลอ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกนายบุญทรง 42 ปี ขณะที่นายภูมิ สาระผล จำคุก 36 ปี ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เป็นคดีหมายเลขดำที่ อม.25/2558 กรณี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวก รวม 28 ราย ตกเป็นจำเลยในความผิดตาม …

รายชื่อจำเลย คดีจำนำข้าว จำคุก บุญทรง 42 ปี / ภูมิ 36 ปีRead More »

ตายพร้อมกัน ไม่เป็นทายาทของกันและกันนะเธอว์

เป็นที่ถกเถียงในกลุ่มวิชาการของ “เพื่อนนักกฎหมายไทย” กันหลายวัน ถึงกรณี ตายพร้อมกัน แล้วไม่ได้เป็นทายาทของกันและกัน พี่ตุ๊กตาไปค้นคว้าดูแล้ว ปรากฏว่า เป็นหลักกฎหมายทั่วไป เรามาดูฎีกากันก่อน… คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13129/2556 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เผยแพร่เมื่อ: 8 ต.ค. 2557 14:01:00 คำพิพากษาย่อสั้น ธ. ซึ่งเป็นบุตรของ ก. และ ก. ตายพร้อมกัน ต่างไม่เป็นทายาทที่จะรับมรดกของกันและกัน เพราะในขณะที่บุคคลหนึ่งถึงแก่ความตายอีกบุคคลหนึ่งไม่มีสภาพบุคคลที่มีความสามารถที่จะมีสิทธิได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 15 และมาตรา 1604 วรรคหนึ่ง และกรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 1639 เนื่องจาก ธ. ทายาทไม่ได้ตายก่อน ก. เจ้ามรดกอันจะทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของ ธ. มีสิทธิรับมรดกแทนที่ ธ. โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกของ ก. ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา …

ตายพร้อมกัน ไม่เป็นทายาทของกันและกันนะเธอว์Read More »

รถโดนยึด ขายทอดตลาดได้เงินน้อยกว่าหนี้คงค้าง ต้องจ่ายส่วนต่างไหม ?

ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มีรถยนต์เช่าซื้อถูกยึดมากขึ้นอย่างน่าใจหาย ที่เป็นคดีขึ้นสู่ศาลส่วนใหญ่ เป็นการฟ้องเรียกเงินค่าส่วนต่าง ที่เกิดจากการขายรถที่ยึดมาได้ แล้วไม่เพียงพอกับหนี้ที่ยังค้างชำระอยู่ ลูกหนี้อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะผู้ให้เช่าซื้อก็ไม่ได้ทำตามสัญญาครบถ้วนเช่นกัน ตัวอย่างฎีกานี้ คือ การไม่บอกกล่าวให้ลูกหนี้ทราบว่าจะขายรถ เรามาดูกันว่า ศาลอุทธรณ์ท่านพิพากษาว่าอย่างไร คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ๓๑/๒๕๖๐ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ แผนกคดีผู้บริโภคตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ คันหมายเลขทะเบียน …. เพชรบูรณ์ พร้อมอุปกรณ์ไปจากโจทก์ ในราคาเช่าซื้อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ๖๖๙,๓๑๒.๔๕ บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน เดือนละ ๙,๒๗๗ บาท รวม ๗๒ งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ และงวดต่อไปชำระทุกวันที่ ๕ ของทุกเดือนติดต่อกันจนกว่าจะครบสัญญา มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และสัญญาค้ำประกัน …

รถโดนยึด ขายทอดตลาดได้เงินน้อยกว่าหนี้คงค้าง ต้องจ่ายส่วนต่างไหม ?Read More »

รับสภาพหนี้ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง มีผลเช่นไร ?

การรับสภาพหนี้ เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น รับสภาพหนี้ก่อนฟ้องคดี ก็ทำสัญญารับสภาพหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ การชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษา ก็ถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้เช่นกัน และมีผลทำให้อายุความบังคับคดีสะดุดหยุดลงด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ 5695/2558) ป.พ.พ. อายุความ มาตรา 193/32 ป.วิ.พ. บังคับคดี มาตรา 271 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9, 14 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2558 การนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งอันถึงที่สุดมาเป็นมูลฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย ไม่ใช่เรื่องการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 คดีดังกล่าวศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันที่คดีถึงที่สุด อายุความจึงเริ่มนับ แต่ปรากฏว่าระหว่างยังไม่พ้นอายุความในวันที่ 21 มกราคม 2554 จำเลยชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษาให้แก่ โจทก์เป็นเงิน …

รับสภาพหนี้ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง มีผลเช่นไร ?Read More »

อายุความ บัตรเครดิต (ฎีกา 2551 – 2559)

ป.พ.พ. เริ่มนับอายุความ อายุความสะดุดหยุดลง อายุความ มาตรา 193/12, 193/15, 193/34 (7) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7729/2557 จำเลยชำระหนี้ 2,000 บาท แก่โจทก์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549โดยผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยรับสภาพหนี้ต่อโจทก์และเป็นเหตุทำให้อายุความใช้สิทธิเรียกร้องของโจทก์สะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2549 อันเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งอายุความของมูลหนี้บัตรเครดิตมีกำหนด 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 ซึ่งยังไม่เกิน 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำเลย นายระพิพงษ์ ศิริภักดิ์ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 84,104.22 …

อายุความ บัตรเครดิต (ฎีกา 2551 – 2559)Read More »

แสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะไม่ผิดอาญา ข้อหา “หมิ่นประมาท”

การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือมีชื่อเล่นๆ ว่า “หมิ่นประมาท” ถ้านำไปโพสต์ใน Internet หรือโปรแกรมสนทนา Line ก็จะกลายเป็น “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” เผลอๆ อาจจะมีของแถมคือ “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์” เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น พี่ตุ๊กตาขอนำฎีกาเกี่ยวกับ “หมิ่นประมาท” มาให้ท่านได้ศึกษาค่ะ แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต, เหตุยกฟ้อง, ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11119/2558 การที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกข้อต่อสู้ตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า การกระทำนั้น เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิด ก็ชอบที่จะวินิจฉัยคดีไปตามนั้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 185 วรรคหนึ่ง และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันลงข้อความในเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมไปที่หน่วยงานราชการหลายแหล่ง แม้จะเป็นข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมก็ตาม แต่มิใช่เป็นการใส่ความโจทก์ร่วม เนื่องจาก เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริงว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมขายที่ดินให้โจทก์ร่วม เป็นเหตุให้เกิดความหวาดกลัวว่าโจทก์ร่วมเป็นข้าราชการทหารจะใช้อิทธิพลข่มขู่ …

แสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะไม่ผิดอาญา ข้อหา “หมิ่นประมาท”Read More »

เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม ต้องสร้างตามใบปลิวโฆษณาตอนแรกที่เปิดโครงการ – (ฎีกา) –

ตอนจะขายเอาเงินเรา ก็โฆษณา พรรณนาเสียเลิศหรูอลังการงานสร้าง ว่าจะมีสวนทรอปิคานา, ห้องออกกำลัง, ฯลฯ แต่พอสร้างเสร็จไม่ได้เป็นไปตามใบปลิวที่แจก ให้นำใบโฆษณาเหล่านั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาขายคอนโด เรามาดูว่า ศาลฎีกาท่านพิพากษาคดีเหล่านี้อย่างไรบ้าง… คำพิพากษาฎีกาย่อสั้น ภาระจำยอม, ย้ายภาระจำยอม, ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 1, 30 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10665/2558 จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในโครงการกับผู้ซื้อพร้อมกับแจก ใบโฆษณาให้แก่ผู้ซื้อด้วย ใบโฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อ จะขายด้วย จำเลยต้องผูกพันตามสัญญาโดยจัดทำสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ได้ ขนาดตามที่ได้โฆษณา ใบโฆษณาที่ระบุว่า คันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร (สูงกว่าระดับทางหลวงสายเอเชีย 1.50 เมตร) กว้าง 16 เมตร ปลูกก่อไผ่ เป็นรั้วล้อมรอบตามแนวคันดินกั้นน้ำ ประกอบกับหนังสือของสำนักงาน ที่ดินจังหวัด ที่ระบุว่า หากทำคันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร กว้าง 16 เมตร จะไม่มีการรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ซื้อแปลงอื่น ๆ เนื่องจากเขตคันดินที่เจ้าของโครงการจัดแบ่งที่ดินไว้มีขนาดกว้างประมาณ 20 ถึง …

เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม ต้องสร้างตามใบปลิวโฆษณาตอนแรกที่เปิดโครงการ – (ฎีกา) –Read More »

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?

รถที่ยังผ่อนไม่หมด ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์ “ผู้ให้เช่าซื้อ” ส่วนลูกหนี้ “ผู้เช่าซื้อ” เป็นเพียงผู้ครอบครองเท่านั้น ถ้านำรถไปขาย อาจจะผิดอาญา ฐาน “ยักยอกทรัพย์” ได้ แต่ก็ยังมีเรื่องแปลกๆ ที่ทำให้ไม่ผิดยักยอก เรามาดูกรณีศึกษาตามฎีกาด้านล่าง แต่อย่าทำตามเลยเนอะ ถึงศาลท่านจะตัดสินว่าไม่ผิด เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ แต่กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ -_-” ยังผ่อนไม่หมด แต่นำรถไปขายต่อให้คนอื่น… A เป็นผู้เช่าซื้อและครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ  ซึ่งมีการทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคาร B ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.2556 A ได้ทำหนังสือสัญญาขายรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C ซึ่งอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อในราคา 850,000 บาท ในสัญญาซื้อขายระบุว่า รถยนต์คันดังกล่าวยังมีสถานะผ่อนชำระกับธนาคาร B อยู่ ซึ่งผู้ขายจะดำเนินการเคลียร์ปิดบัญชีและโอนให้ผู้ซื้อภายใน 31 ธ.ค.2556 พร้อมจ่ายส่วนที่เหลือ C ได้ชำระราคาให้แก่ A โดยโอนเงินผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม)เข้าบัญชี A รวม 10 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท เป็นเงิน 250,000 บาท A ได้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ C …

รถติดไฟแนนซ์ ผ่อนยังไม่หมด —> นำไปขายได้ไหม ?Read More »

ครอบครองปรปักษ์…จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ต่อมาบุคคลภายนอกซื้อที่ดินนั้น “โดยไม่สุจริต” หมายความว่าอย่างไร

ที่ดินมีโฉนด อาจถูก “ครอบครองปรปักษ์” เพื่อแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ หากครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แต่บุคคลภายนอกที่ “สุจริต และ เสียค่าตอบแทน” จะได้รับการคุ้มครอง เรามาดูคำพิพากษาฎีกาว่า มีเหตุใดบ้างที่บุคคลภายนอกที่ซื้อทีดินที่ถูกครอบครองปรปักษ์แล้ว กระทำการโดย “ไม่สุจริต” จดทะเบียนทรัพยสิทธิ, ครอบครองปรปักษ์, ป.ที่ดิน, กฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2497 ข้อ 8 (1) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2559 จำเลยและ จ. เข้าครอบครองที่ดินพิพาทเพราะ ห. ยกให้และครอบครอง ต่อมาโดยแสดงออกว่าจำเลยและ จ. เป็นเจ้าของโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของตลอดมาเกิน 10 ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดย การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 พฤติการณ์ที่ พ. และโจทก์ทราบว่าจำเลยและ จ. และครอบครัว พักอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดมา หลังจาก พ. …

ครอบครองปรปักษ์…จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ต่อมาบุคคลภายนอกซื้อที่ดินนั้น “โดยไม่สุจริต” หมายความว่าอย่างไรRead More »

รถหาย ที่ลานจอดรถในห้างฯ …ใครต้องรับผิดชอบ ?

พี่ตุ๊กตา เห็นแชร์กันผิด ๆ ว่อน Line / Facebook ให้ทำโน่นนี่นั่น เช่น รีบหาใบเสร็จซื้อของในห้าง เก็บไว้เป็นหลักฐาน พวกเราอย่าเชื่อเรื่องที่แชร์ในโซเชียลทันทีทันใด เพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของบทความ เมื่อก่อนเวลาเราเอารถไปจอดในห้างฯ ต้องแลกบัตร แล้วห้างฯ ก็จะดูแลรถเราเป็นอย่างดี แต่อยู่มาวันหนึ่ง รถของลูกค้าหาย ลูกค้าก็เลยฟ้องร้องว่าห้างฯ ไม่ดูแลรถให้ดี ทางห้างฯ ก็พยายามอ้างว่าเป็นความผิดของ รปภ. ให้ไปเอาผิดกับบริษัท รปภ. แต่ศาลไม่เห็นด้วย และให้เหตุผลว่าห้างฯ เป็นผู้จ้างบริษัท รปภ. ดังนั้นเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นห้างฯ ในฐานะตัวการ จะต้องรับผิดร่วมกับตัวแทน ส่วนห้างจะไปไล่เบี้ยเอากับบริษัท รปภ. ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากนั้น ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เลยงดการแลกบัตร และติดตั้งกล้องวงจรปิดแทน แล้วก็บอกว่าที่ให้จอดรถ ไม่ใช่เป็นการรับฝากรถนะ และยังเขียนป้ายบอกอีกว่า ทางห้างฯ ไม่รับผิดชอบ กรณีเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งทางห้างคิดว่าถ้าทรัพย์สินลูกค้าสูญหายในห้างฯ ก็คงไม่ต้องรับผิดชอบแล้ว …แต่จะเป็นดังที่ห้างฯ คิดหรือเปล่า เรามาดูกัน… ทำไมถึงไม่ใช่การรับฝากรถ…เพราะการรับฝากทรัพย์จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 …

รถหาย ที่ลานจอดรถในห้างฯ …ใครต้องรับผิดชอบ ?Read More »

สำเนาเอกสาร เช่น สัญญากู้ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาล ได้หรือไม่ ?

กฎหมายบัญญัติให้ศาลรับฟังเฉพาะ “ต้นฉบับเอกสาร” เท่านั้น มีข้อยกเว้นหรือไม่? อย่างไร? คำพิพากษาฎีกาที่ 8140/2542 แพ่ง กู้ยืมเงิน วิแพ่ง รับฟังพยานหลักฐาน ไม่เป็นนำสืบนอกประเด็น อ้างสำเนาเอกสารได้ พิพากษาเกินคำขอ ขณะยื่นฟ้อง โจทก์มีต้นฉบับสัญญากู้ยืมเงินแต่สูญหายไปศาลจึงรับฟังสำเนาสัญญากู้ยืมเงินเป็นพยานหลักฐานได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) โจทก์ตั้งฐานความผิดตามฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินแต่ทางนำสืบของโจทก์หยิบยกข้อเท็จจริงใหม่ไม่ตรงกับฟ้องโจทก์ในข้อสาระสำคัญ และศาลล่างทั้งสองได้ชี้ขาดตัดสินคดีโดยหยิบยกข้อเท็จจริงตามทางนำสืบขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องโจทก์ตั้งฐานความผิดตามฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงิน การนำสืบของโจทก์ในเรื่องมูลหนี้เดิมคือมูลหนี้แชร์ เป็นการนำสืบถึงที่มาของจำนวนเงินกู้ เป็นรายละเอียดของคำฟ้องโจทก์สามารถนำสืบได้ หาใช่นอกฟ้องนอกประเด็นไม่ คำพิพากษาฎีกาย่อยาว คำพิพากษาฎีกาที่ 8140/2542 โจทก์ นางสาวมยุรี ฐิติรุ่งโรจน์กุล จำเลย นายพงษ์ ฐิติรุ่งโรจน์กุล ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87, 93(2) โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2538 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 200,000 บาท กำหนดชำระภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2538 จำเลยรับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญาครบกำหนด …

สำเนาเอกสาร เช่น สัญญากู้ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาล ได้หรือไม่ ?Read More »

เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) ไม่ได้จดทะเบียน vs จดทะเบียน – มีสิทธิต่างกันแค่ไหน

เครื่องหมายการค้า ที่มีผู้ริเริ่มคิดค้น จนมีชื่อเสียงแพร่หลาย มักจะมีคนคอยจ้องลอกเลียนแบบ บางรายก็ลอกแบบมีคุณธรรมหน่อย คือมีความคิดตัวเองผสมปนเปไปมั่ง แต่บางรายก็ลอกแบบตัดแปะ ปรับเปลี่ยนแค่ตัวหนังสือบางตัวเท่านั้น แล้วกฎหมายให้ความคุ้มครองแค่ไหน เรามาดูกันค่ะ มีสิทธิสั่งห้าม คนอื่นใช้เครื่องหมายการค้าที่เราคิดค้นขึ้นไหม? เครื่องหมายการค้า ต้องจดทเบียนไหม? มีโทษทางแพ่ง หรือทางอาญา ยังไงบ้าง ? …ทนายพี่ตุ๊กตามีคำตอบให้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2905/2552 หนังสือมอบอำนาจมีข้อความว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการทุกอย่างเพื่อยับยั้งและกำจัดการเลียนแบบการปลอมแปลง การละเมิดและการกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวกับการชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ รูปและรอยประดิษฐ์ ตลอดจนสิ่งต่างๆ ทำนองเดียวกันที่เกี่ยวข้องหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการมอบอำนาจทั่วไป ซึ่งผู้รับมอบอำนาจสามารถใช้ในการดำเนินคดีแก่บุคคลใดก็ได้ จึงไม่จำต้องระบุให้มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 โดยเฉพาะเจาะจง โจทก์ฟ้องนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กทม จำเลยที่ 2 โดยอ้างว่า จำเลยที่ 2 รับจดทะเบียนชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลจำเลยที่ 1 โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายและยังมีคำขอบังคับให้จำเลยที่ 2 เพิกถอนชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียน จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาถึงกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของจำเลยที่ 2 และเกี่ยวข้องกับอำนาจฟ้องของโจทก์ต่อจำเลยที่ 2 อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งนี้เพี่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นนี้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม …

เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) ไม่ได้จดทะเบียน vs จดทะเบียน – มีสิทธิต่างกันแค่ไหนRead More »

เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) – ข้อควรรู้ 7 ประการ

เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) และชื่อแบรนด์ (Brand Name) คือชื่อที่เราใช้ในการโปรโมทและโฆษณาเกี่ยวกับธุรกิจและสินค้าของเรา เป็นชื่อที่ลูกค้าใช้ในการแนะนำสินค้าหรือบริการของเราให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้ เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเป็นเจ้าของชื่อแบรนด์ด้วยการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า/บริการนั้น มีความสำคัญต่อธุรกิจมาก แล้วเมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้ว สิทธิดังกล่าวสามารถโอน ปล่อยเช่า หรือถ่ายทอดให้ผู้อื่นใช้ได้เหมือนกับทรัพย์สินทั่วไป ก่อนที่จะเริ่มการตั้งชื่อแบรนด์เพื่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ควรทำความเข้าใจหลักสำคัญ 7 ประการ ดังนี้: (1)  ชื่อแบรนด์ไม่ได้รับการคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์ ชื่อแบรนด์ไม่ได้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ แต่จะได้รับการคุ้มครองด้วยการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเท่านั้น หลักเกณฑ์คือ งานที่มีลิขสิทธิ์จะต้องมีการสร้างสรรค์ที่เพียงพอ แต่ชื่อแบรนด์ถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ว่าคุณจะทุ่มเวลาหรือทุ่มเงินในการพัฒนาหรือสร้างสรรค์ชื่อนั้นไปมากเท่าใดก็ตาม เพราะจากมุมมองของกฎหมาย ศาลจะตัดสินให้ชื่อแบรนด์เป็นเครื่องหมายการค้าเท่านั้น ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ (2)  เครื่องหมายที่คล้ายกันอาจทำให้เกิดปัญหาได้ จุดประสงค์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คือ เพื่อป้องกันการสับสนหลงผิดถึงแหล่งที่มาของสินค้าหรือบริการ ดังนั้น ถ้าชื่อแบรนด์ของคุณไปเหมือนคล้ายกับของคนอื่นที่จดทะเบียนไปแล้ว ก็จะถือว่าคุณได้ไปละเมิดสิทธิของคน ๆ นั้น และการแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การปรับเปลี่ยน ตัด หรือเพิ่มตัวอักษร ก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการละเมิดได้ สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือการจด domain name นั้น แตกต่างจากการจดเครื่องหมายการค้าตรงที่ว่าคุณสามารถทำการปรับเปลี่ยน ตัด แก้ไข หรือเพิ่มตัวอักษร ก็สามารถทำให้บริษัทหรือ …

เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) – ข้อควรรู้ 7 ประการRead More »

Scroll to Top