ดร.ณุมาพร พัฒนพงศธร (ทนายพี่ตุ๊กตา) Tel: 081-759-8181, 098-915-0963, 08-2595-2595

คำพูด “สั่งเสียก่อนตาย” รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพียงใด

บทความแรก ฉลอง ด็อกเตอร์ ป้ายแดง:-P 😳 😆 “สาวม้ง” ที่ถูกถ่ายคลิปประจาน ได้สั่งเสียก่อนตายว่าใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้นางคิดสั้น จะใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่ ???

ลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือ ?

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้หลายคนคงได้ยินข่าวในเรื่องของศิลปินละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ที่ฟังดูเบื้องต้นแล้วอาจรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้าง และยิ่งรู้สึกแปลกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่ว่านั้น คือการนำเพลงที่วงตัวเองผลิตผลงานกันขึ้นมาไปร้อง แต่ดันเป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ไปเสียอย่างนั้น ข่าวในลักษณะนี้เริ่มเป็นที่โด่งดังในช่วงต้นปี 2558 ที่ศิลปินฟอร์ด สบชัย โดนทางค่ายแจ้งว่าละเมิดลิขสิทธิ์จากการนำเพลง หยุดตรงนี้ที่เธอ ไปร้องในงานแต่งงานภายในโรงแรม โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถึงความเหมาะสมในการเอื้อกฎหมายนี้ เพราะว่าเป็นเพลงของนักร้องแต่หลังจากหมดสัญญากับทางค่ายเก่าแล้วก็ไม่สามารถนำไปใช้ร้องเพลงในงานจ้างต่าง ๆ ได้เลย Big Ass เป็นอีกศิลปินที่ต้องเจอกับปัญหานี้ กับการนำเอาเพลง ก่อนตาย ไปเล่นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แล้วกลายเป็นมีเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลงตามมาในภายหลัง ซึ่งเพลงนั้นถือเป็นเพลงที่ทำให้วงเริ่มมีชื่อเสียง หลังจากนั้นจึงมีเพลง ไม่ค่อยเต็ม และ เล่นของสูง รวมไปถึงอีกหลายเพลงที่โด่งดังตามมาในอัลบั้มหลัง ๆ ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เป็นปัญหาที่ดูไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับศิลปินนัก อย่างเช่นวง Silly Fools หลังจากที่หมดสัญญาจากแกรมมี่แล้วได้นักร้องใหม่เข้ามา พร้อมกับไปร่วมงานกับอีกค่ายนึงแทน ชนิดที่แฟนเกมส์ตกปลายังรู้สึกงุนงง เพลงที่พวกเขาทำเองในช่วงนั้นไม่สามารถนำไปเล่นที่ไหนได้เลย เราจึงสังเกตว่า Silly Fools เวลาที่ไปเล่นคอนเสิร์ตจะไม่เล่นเพลงในช่วงนั้น แต่จะเล่นเพลงในยุคที่เก่ากว่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสมัยที่โต-ณัฐพล พุทธภาวนา ยังคงเป็นนักร้องนำให้กับวง ตามกฎหมายแล้วระบุโดยมีใจความสำคัญว่า ทางศิลปินหากจะนำเพลงจากทางค่ายไปแสดงในเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องขออนุญาต …

ลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือ ?Read More »

ส่งข้อความ “ยกหนี้ให้” ในเฟซบุ๊ก (facebook) มีผลผูกพันตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิกส์ นะเจ้าคะ

รำคาญลูกหนี้ ไม่ใช้หนี้ตรูซะที เลยอินบ๊อกซ์ไปบอกว่า “ไม่ต้องคืนแล้ว ยกให้หมดเลยจร้าาา” อย่าเห็นว่าใช้เป็นหลักฐานไม่ได้นะออเจ้าทั้งหลาย เพราะศาลฎีกาถือว่า มีผลผูกพันธ์คนส่งข้อความนะเจ้าคะ ตาม พรบ.ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ต่อไปอย่าพิมพ์พร่อยๆ นะออเจ้าทั้งหลาย ดั่งฎีกาด้านล่างนี้เจ้าค่ะ

ประธานาธิบดีสี่จิ้นผิง

中國國家主席 習近平的父親 送給他的三句話 ประธานาธิบดีสี่จิ้นผิง สามประโยคที่พ่อสอนสั่ง

ไข่ไก่ของสีจิ้นผิง….
สามประโยคที่พ่อสอนสั่ง
เล่าโดยประธานาธบดีสีจิ้นผิง
อาทร ฟุ้งธรรมสาร แปล
中國國家主席
習近平的父親 送給他的三句話

ทนายพี่ตุ๊กตา และน้องพีรภรณ์ เข้าร้องเรียนมรรยาทอุปนายก และทนายความ

สาวร้องคณะกรรมการมรรยาทตรวจสอบทนายดัง หลังพบพฤติกรรมคำพูดจาไม่เหมาะสมผ่านการไลฟ์สดเฟซบุ๊ก เช่นเดียวกับทนายตุ๊กตา ร้องให้มีการตรวจสอบมรรยาทสองอุปนายกสภาทนายความฯ เปรียบเปรยเป็นผู้ปกครองทนายหลายหมื่นคน แต่เอาเรื่องลูกทะเลาะกันมาบอกสาธารณะ

ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ เคลมค่ารักษาจากทางใดได้บ้าง

บ่อยครั้งที่เราได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ ไม่ว่าจะขับรถตัวเองไปชนโดยไม่มีคู่กรณี หรือมีคู่กรณีก็ตาม มักจะมีปัญหาในใจเสมอว่า จะเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากใครดี แล้วจะเบิกซ้ำซ้อนได้หรือไม่

แจ้งความเท็จ ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษ

คิดจะแจ้งความเอาใครติดคุก ต้องระวังด้วยนะคะ ถ้าไม่มีความผิดอาญาเกิดขึ้นจริงๆ แต่ไปมโนด้วยเหตุผลสารพัดว่า เป็นเอ็งแน่ๆ เลยที่ทำผิด …อย่าทำเชียวนา พี่ตุ๊กตาหวังดีค่ะ เพราะอาจจะได้ที่อยู่ที่กินฟรีนะคะ …

แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาต่อเจ้าพนักงาน – false report of a crime

เราจะทำเล่นๆ กับกฎหมายไม่ได้นะคะ ทะลึ่งไปแจ้งความมั่วๆ จะได้ที่อยู่ที่กินฟรี นะเจ้าคะ

เผยแพร่ “หมายจับ” ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อออนไลน์ หรือช่องทางใดก็ตาม “ละเมิดอำนาจศาล” นะจ๊ะ

23 ก.ค. 57 ศาลมีหนังสือถึง ผบ.ตร. ผบช.น. รอง ผบช.ศ. รอง ผบช.น. เพื่อขอให้ กวดขัน กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งประเทศว่า จะต้องไม่นำหมายจับของศาลไปเผยแพร่ หากมีการตรวจสอบพบว่า บุคคลใดก็ตาม กระทำการฝ่าฝืนจะถือว่าเข้าข่าย “ละเมิดอำนาจศาล”

เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก แล้ว “รอลงอาญา” ต่อมาทำผิดอีก จะรอลงอาญา อีกหรือไม่

คดีก่อนถูกรอลงอาญา รอแล้วรออีกได้ แต่ถ้าศาลในคดีหลัง พิพากษาไม่ให้รอ ก็ต้องนำโทษจำคุกในคดีก่อน มาบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)

ทุกวันนี้ คลีนิคเสริมความงามมีหลายรูปแบบ หาได้ง่ายกว่าร้านเซเว่นเสียแล้วล่ะค่ะ ทำให้คดีความที่เกิดขึ้นระหว่างแพทย์กับคนไข้ มากกว่าสมัยก่อนมาก เพราะคนไข้ไม่คิดว่าเป็นเวรกรรมหรือถึงคราวเคราะห์ ที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอีกต่อไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่า หนังสือที่คนไข้ลงลายมือชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา หากเกิดความเสียหายคนไข้จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์นั้น จะทำให้แพทย์พ้นผิดโดยสิ้นเชิงหรือไม่ พี่ตุ๊กตาได้รวบรวมคำพิพากษาฎีกาต่างๆ เกี่ยวกับคดีฟ้องแพทย์ พอจะสรุปได้ว่า กรณีแพทย์ต้องรับผิด การรักษาของแพทย์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยมากที่สุด ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือว่า “ประมาทอย่างร้ายแรง” กรณีแพทย์ไม่ต้องรับผิด ความเสียหายของคนไข้ มิใช่ผลโดยตรงจากการตรวจรักษาของแพทย์ คนไข้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ปกปิดไม่แจ้งเรื่องการแพ้ยาแก่แพทย์ ฯลฯ สิ่งที่คนไข้อาจจะเรียกร้องจากแพทย์ผู้ทำให้เสียหาย ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือผิดพลาดจากการรักษาของแพทย์ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามฐานานุรูปของคนไข้และทายาท ในกรณีคนไข้เสียชีวิติ ค่าความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าสูญเสียความสวยงาม ค่าสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น/ได้ยิน/เดิน ฯลฯ สรุป: หนังสือที่คนไข้เซ็นต์ยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาหรือทำหัตถการ ไม่มีผลทางกฎหมายที่จะห้ามมิให้คนไข้ฟ้องคดี หากเกิดความเสียหายขึ้นดังกล่าวแล้ว พี่ตุ๊กตาไม่ได้ยุให้ลุกขึ้นมาฟ้องหมอกันนะคะ แต่ในฐานะนักกฎหมาย ก็อยากจะเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายให้ประชาชนได้ศึกษากันไว้ค่ะ ตอนหน้าพี่ตุ๊กตาจะลงรายละเอียดมากกว่านี้ วันนี้เบาๆ ในวันหยุดชดเชย วันรัฐธรรมนูญ …

ความยินยอมที่จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแพทย์ กรณีทำศัลยกรรม หรือการรักษาอื่นใด – จะทำให้แพทย์พ้นผิด หรือไม่ ?? (ตอนที่ 1)Read More »

เช็คฉ้อโกง

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…

พี่ตุ๊กตาได้รับคำถามบ่อยมาก ยุคเศรษฐกิจหยุดนิ่ง แต่เช็คไม่นิ่งด้วยน่ะสิ เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง กันสนุกสนาน…พอดีพี่ตุ๊กตาเจอฎีกาใหม่ ๆ เลย ศาลท่านฟันธงว่า… ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนี้ของผู้สั่งจ่ายเช็คก็ตาม เพราะผู้สั่งจ่ายเช็ค ตกลงที่จะผูกพันตนเข้าเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้เดิมโดยไม่ได้ขัดเจตนาหรือฝืนใจลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด มาดูฎีกาเต็ม ๆ กันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2560 นายจอห์น xxxxx กับพวก โจทก์ นางสาวภxxxxx จำเลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314, 900 หนึ่ง, 914, 989 หนึ่ง มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับเกิดจากการที่จำเลยตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของ ช. กรณีจึงต้องถือว่า จำเลยยอมเข้าผูกพันเป็นผู้ชำระหนี้แทน ช. โดยมิได้เป็นการขัดกับเจตนาของคู่กรณีหรือโดยฝืนใจลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 314 ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสามฉบับ จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คชำระเงิน 3,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914 ประกอบมาตรา 989 …

ลงลายมือชื่อในเช็คแล้ว ยังไงก็ต้องผูกพันตามเนื้อหาในเช็คกระนั้นหรือ??? จะอ้างเหตุอะไรได้ไหมเอ่ย…Read More »

ล่อซื้อยาเสพติด

การ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่

สมัยนี้ตำรวจนิยมใช้วิธีการ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด โดยให้สายลับไปตีสนิทกับกลุ่มเป้าหมาย แล้วล่อซื้อ เพื่อให้ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติด จึงมีปัญหาว่า การล่อซื้อยาเสพติดให้โทษของสายลับนั้น กระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญาหรือไม่ และ สามารถนำมารับฟังลงโทษผู้กระทำความผิดได้ หรือไม่ เคยมีคำคำวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีากาที่ 2803/2554 การใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเป็นเพียงการกระทำเท่าที่จำเป็นและสมควรในการแสวงหาพยานหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามตามอำนาจใน ป.วิ.อ. มาตรา 2 (10) ชอบที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกระทำได้เพื่อให้ได้โอกาสจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมด้วยพยานหลักฐาน อันเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลยทั้งสาม ไม่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ จึงไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ที่เกิดจากการใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน ป.วิ.อ. มาตรา 16 กำหนดให้อำนาจเจ้าพนักงานตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไว้ว่าต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นๆ พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2548 มาตรา 4 กำหนดให้มีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นส่วนราชการหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมาตรา 5 กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอื่นอันเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักร กับมีการออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2548 ข้อ 1 กำหนดให้มีกองบังคับการสอบสวนเป็นส่วนราชการหนึ่งในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และข้อ 2 กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักร แสดงว่ากองบังคับการสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจสอบสวนความผิดข้างต้นทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น พนักงานสอบสวน กองบังคับการสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้โดยชอบ ไม่ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา …

การ “ล่อซื้อ” ยาเสพติด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่Read More »

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสม

ปัญหาเกี่ยวกับงานสอบสวนนั้นอาจกล่าวได้ว่ามีมากมายมหาศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทั่วไปนั้นหากเลือกให้ปฏิบัติงานในสายงานอื่นก็อยากที่จะออกไปปฏิบัติสายงานอื่นมากกว่า เนื่องจากได้ทำงานเป็นเวลา, กฎหมายและระเบียบไม่ได้เคร่งครัดมากมายเหมือนการเป็นพนักงานสอบสวน และการทำงานสอบสวนมักจะถูกตำหนิตลอดเวลาว่าเป็น “หนังหน้าไฟ” และมักมีผู้แสดงความคิดเห็นตลอดเวลาว่าต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ แต่แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาทำหน้าที่สอบสวนเอง ก็มีน้อยคนนักที่จะรักปฏิบัติหน้าที่สอบสวน เพราะมีข้อจำกัดทั้งทางด้านการบริหารและหน้าที่ตามกฎหมายให้ปฏิบัติเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เขียนตั้งใจเขียนงานนี้ด้วยความเป็นกลางและหวังว่าผู้สนใจจะสนใจความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานโดยตรงบ้าง มิได้มุ่งตำหนิผู้ปฏิบัติงานสอบสวนเนื่องจากเข้าใจดีว่าการปฏิบัติงานสอบสวนท่ามกลางความขัดแย้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมิได้มีความคิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแม้ปัจจุบันความเป็นกลางจะถูกกลืนกินจนจุดยืนที่ต้องการความเป็นกลางนั้น ถูกตั้งข้อสงสัยและในบางกรณีถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผู้เขียนต้องการหาทางออกในปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสามารถหาทางออกได้ในกรณีใดบ้าง เพราะความขัดแย้งในทางกฎหมายแล้วย่อมสามารถหาทางออกได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “ความขัดแย้งคือความยุติธรรม” (Justice is conflict) แต่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจและร่วมมือกันหาทางแก้ไขให้ปัญหาต่างๆ ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นปัญหาที่สำคัญที่สุดของการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน อาจถือได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญของการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ดี ซึ่งจะต้องพยายามรักษาสมดุล (Balance) ระหว่าง อำนาจรัฐในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากนัก หากคำนึงถึงแต่ความคล่องตัวในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษมากเกินไป ประชาชนก็อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการจับ การค้น การสอบสวน การควบคุมตัว ฯลฯ ในทำนองเดียวกัน หากมุ่งจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป โดยเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้กระทำความผิดก็อาจพ้นจากการถูกนำตัวมาลงโทษอันจะส่งผลเสียหายต่อสังคม (เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, พิมพ์ครั้งที่ 6 (กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิรรัชการพิมพ์, 2551), น.1-2.; Edward …

หมิ่นประมาท –> ปัญหาการออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน : ว่าด้วยอำนาจ, ความชอบธรรมและความเหมาะสมRead More »

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐาน

บทวิเคราะห์ จากท่านชนทบท ศุภศรี : ผสมยานอนหลับ คำพิพากษาฎีกานี้ ได้ตำหนิการทำงานของพนักงานสอบสวน ดังนี้ 1. พนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจสอบร่างกายของผู้เสียหายว่า ที่นอนหลับไปเพราะกินยานอนหลับหรือเพราะมีสารที่ทำให้ง่วง หรือเพราะดื่มเบียร์ 2. พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งขวดเครื่องดื่มที่อ้างว่าผู้เสียหายดื่มนั้น ไปตรวจพิสูจน์ว่า ในเครื่องดื่มนั้นมียานอนหลับหรือสารที่ทำให้ง่วงผสมอยู่ด้วยหรือไม่ 3. แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่ได้ให้การเช่นนั้น จึงอาจจะเป็นการแปลคำพูดผิดไปก็ได้ ( เพราะจำเลยทั้งสองเป็นชาวต่างชาติ ) 4. พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยปราศจากข้อสงสัย 5. คดีคงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3056/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์ นาย คาดริม ฮุซเซ็น กับพวกจำเลย ประมวลกฎหมายอาญา ม.335, 339 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174, 227 แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าร่วมกันวางแผนใช้ยานอนหลับผสมในเครื่องดื่มให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่ม และร่วมกันลักทรัพย์หลายรายการในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองหลับก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณากลับปฏิเสธว่ามิได้กระทำเช่นนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นชาวต่างชาติ จึงเป็นไปได้ว่าล่ามอาจแปลคำให้การไม่ถูกต้อง ดังนั้น …

สู้คดีกับ ตำรวจ – อัยการ … ตำรวจไม่ได้ส่งพิสูจน์หลักฐานRead More »

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปี

คดีนี้ศาลชั้นต้น ใช้เวลา 15 ปี ในการสืบพยาน แล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาเป็นยกฟ้องจำเลย… โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันใช้ จ้าง วาน ฆ่า นายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา คดีโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2536 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2535 – 25 พ.ค.2536 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 4 ได้บังอาจเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริมให้นายอภิชิต จำเลยที่ 3 ติดต่อนายบรรเจิด จันทนะเปลิน จัดหาบุคคลไปฆ่า นายประมาณ โดยจะให้ค่าจ้างมือปืนจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่ง นายบรรเจิด ตอบตกลง และติดต่อให้ นายสมพร จำเลยที่ 1 และ นายเณร จำเลยที่ …

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ – คดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ปิดตำนานคดีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน 19 ปีRead More »

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^

คดีนี้เมื่อปี 2536 นับเป็นข่าวครึกโครมมากเนื่องจากขณะเกิดเหตุ ท่านประมาณ ชันชื่อ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ส่วน นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ก็เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และเป็นสถาปนิกชื่อดัง เจ้าของตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” ที่นำมาสร้างเป็นหนังผีเรื่อง “เพื่อน.. ระลึก” เรามาดูรายละเอียดในคดีกันค่ะ ศึกษาเอาไว้ทำคำฟ้องคำให้การได้เลยจ๊ะ… คดีนี้ในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่กลับให้การปฏิเสธในชั้นศาล ส่วนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธโดยตลอด ศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2536 โดยทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบฝ่ายละหลายสิบปากโดยฝ่ายโจทก์มีนายตำรวจหลายนาย อาทิ พล.ต.ท.โสภณ สวิคามิน, พล.ต.ท.ธนู หอมหวน, พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย (ขณะนั้น) พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง (ขณะนั้น) ฯลฯ โดยใช้เวลาพิจารณาคดี และสืบพยานนานกว่า 15 ปี ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษา ส่วนท่านประมาณ ชันซื่อ …

คำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 25 ปี คดีลอบฆ่าท่านประธานศาลฎีกา …สืบกันยาวนาน 15 ปี ^^Read More »

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกา

กว่าพี่ตุ๊กตาจะว่าง หนังเรื่อง “เพื่อน.. ที่ระลึก” ก็ลาโรงไปแล้ว หนังผีเรื่องนี้ใช้ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ “สาธรยูนีค” เป็นแรงบันดาลใจ …เรามาดูกันว่า สาเหตุการสร้างตึกนี้ไม่เสร็จมีเบื้องหลังคดีที่เกี่ยวข้องกัน ดูคดีอาญาไปแล้ว ทีนี้มาดูคดีแพ่งกันค่ะ คำฟ้องคดีแพ่งสืบเนื่องจากคดีลอบสังหารประธานศาลฎีกา (ท่านประมาณ ซันซื่อ) ยื่นฟ้องวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ๓๔๕๖/๒๕๕๔ ความแพ่ง ระหว่าง นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่ ๑, นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ ที่ ๒ โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ๑, สำนักงานอัยการสูงสุดที่ ๒ , สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓ จำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด เรียกค่าเสียหาย จำนวนทุนทรัพย์ ๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๑ .โจทก์ที่ ๑ เป็นข้าราชการบำนาญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย …

คำฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 3 พันล้าน …สืบเนื่องจากคดีลอบฆ่าท่านอดีตประธานศาลฎีกาRead More »

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!

ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แล้วลงจากรถไปซื้อโรตี เลยทำให้รถหาย ประกันภัยไม่จ่ายค่ะ ! ปกติ เรามักจะคิดว่าเวลารถหาย ถ้าทำประกันภัย ประเภทหนึ่งไว้ จะต้องได้รับความคุ้มครอง แต่ล่าสุดมีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินให้บริษัท ผู้รับประกันภัย ไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ที่เอาประกัน เพราะการติดเครื่องยนต์ไว้ แล้วลงไปซื้อของ ทำให้คนร้ายขโมยรถไปได้ ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย รายละเอียดตามฎีกาที่ 1305/2559 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2559 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วลงจากรถไปซื้อของเป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควรโดยดับเครื่องยนต์และล็อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 879 วรรคหนึ่ง ———————————————————— คำพิพากษาย่อยาว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ …

จอดรถติดเครื่องไว้ ลงไปซื้อโรตี ใส่ไข่ แล้ว – รถหาย – ไม่ต้องโทรหาประกัน นะจ๊ะ !!!Read More »

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกัน

การปล่อยชั่วคราว คือ การอนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นจากการถูกควบคุมของเจ้าพนักงานหรือศาล ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือขังเป็นเวลานานเกินกว่าจำเป็น บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลย (บรรลุนิติภาวะแล้ว) บุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา/มารดา ผู้สืบสันดาน สามี/ภรรยา ญาติพี่น้อง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในทางอื่น เช่น นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา ประเภทของการขอปล่อยชั่วคราว (ศาลยุติธรรม และ ศาลเด็ก) การปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องทำสัญญาประกันและไม่ต้องมีหลักประกัน แต่ต้องสาบานว่าจะต้องมาตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ลงลายมือชื่อและมีการทำสัญญาไว้ต่อศาล ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ ตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน ลงลายมือชื่อในสัญญาประกันต่อศาลว่าจะมาศาลตามกำหนดนัดหรือหมายเรียกของศาล มีการวางหลักประกันไว้ต่อศาลเพื่อที่จะสามารถบังคับเอากับหลักประกันในกรณีผิดสัญญาต่อศาล การปล่อยชั่วคราวโดยศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กหรือเยาวชนแก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์กร ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย หรือบุคคลหรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควร ลงลายมือชื่อในสัญญารับมอบตัวต่อศาลว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามกำหนดนัด หากผิดสัญญาปรับครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ขอประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ฯ ถือเป็นที่สุด ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ประกันในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นใหม่ หลักประกันหรือหลักทรัพย์ที่จะนำมาใช้เป็นหลักประกันต่อศาล ได้แก่ เงินสด โฉนดที่ดิน, น.ส.3ก พันธบัตรรัฐบาล …

การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) และบังคับคดีผู้ประกันRead More »

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาา

การที่จะฟ้องร้อง ร้องเรียน ร้องขอให้ลงโทษ หรือสารพัดร้องอะไรก็ตาม ต้องดึงสติกันสักนิด เพราะอาจจะได้มีที่อยู่ ที่กินฟรี ได้นะคะ เป็นความผิดที่ไม่ต้องการพยานบุคคลด้วยสิ เพราะเป็นตัวหนังสือล้วนๆ เลย ไม่มีการดิ้นเหมือนคนเป็นๆ นะจ๊ะ ถ้าร้องเท็จ ก็มักจะแถมด้วย หมิ่นประมาท แต่ถ้าขยันทำให้ปรากฏเป็นตัวอักษร ก็จะขยับฐานะเป็น มาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาค่ะ พี่ตุ๊กตาขอนำฎีกามาให้อ่านกันจนอิ่ม อ่านเสร็จไม่ต้องทานข้าวต้มรอบดึกกันเลยทีเดียว … อาญา แจ้งความเท็จ (มาตรา 173) คำพิพากษาฎีกาที่ 3383/2541 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ นอกจากจะต้องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษแล้ว ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าข้อความที่แจ้งนั้นเป็นเท็จด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แจ้งความเท็จว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น การแจ้งความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ———————————— โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 174,90 และ 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 วรรคสอง ลงโทษจำคุก …

แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ทำไมต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ไม่อ่านไม่ได้เลยจร้าาาRead More »

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???

อยู่ดี ๆ นึกครึ้มอกครึ้มใจ เขียนคำร้องเล่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือร้องเรียน ไปที่สารพัดหน่วยงานเอกชน/ราชการ ก่อนที่จะทำ ต้องตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อนว่า เรื่องที่เราจะร้องเรียนนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ปันๆ เคยบอกว่า “ดึงสติกันหน่อยจ๊ะ” แต่ถ้าดึงสติไม่ทัน แล้วกลายเป็นเรื่องเท็จไปซะง้้น เรามาดูตัวบทกฎหมายกันค่ะ ว่ามีความผิดอะไรยังไง แล้วทำไมต้องมีของแถมเป็น “หมิ่นประมาท” ด้วย กรณี ร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชา (เอกชน) กรณีคำร้องที่เป็นเท็จนั้นไม่ใช่คำคู่ความจึงไม่เป็นการตั้งประเด็นระหว่างคู่ความก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ เช่น -การยื่นคำร้องเท็จในคำร้องข้อยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล(ฎ.291/2480) -นายประกันยื่นคำร้องเท็จว่าจำเลยตาย เพื่อให้ตนพ้นผิดตามสัญญาประกัน(ฎ.447/2484,2302/2523) -นายประกันแสดงหลักทรัพย์เท็จเพื่อขอประกันตัวจำเลย(ฎ.571/2471) มาตรา 137 การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – เจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ – คำพิพากษาฎีกาที่ 1050/2514 ความผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยต้องรู้อยู่ว่าข้อความที่ตนไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานนั้นเป็นความเท็จ ถ้าจำเลยเชื่อโดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นนั้น จำเลยก็ยังไม่มีความผิดฐานนี้ – “การแจ้ง” – “การแจ้ง” คือ “ให้ทราบ” …

ทำไม “ร้องเท็จ” แล้วจะต้องแถมด้วย “หมิ่นประมาท” อีกกระทงนึง ???Read More »

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียด

“ศาล” มีหน้าที่พิจารณา-วินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งให้แก่คู่พิพาท จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือที่จะผดุงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันศาลยุติธรรม ในอันที่จะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว นอกจากประมวลกฎหมายอาญาจะได้บัญญัติลงโทษแก่บุคคลที่กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม มาตรา 167 ถึงมาตรา 199 แล้ว ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ยังได้บัญญัติให้อำนาจแก่ศาลที่จะลงโทษคู่ความหรือบุคคลที่รบกวนขัดขวางการพิจารณาของศาล ซึ่งเรียกว่า “การทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล” ตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 บัญญัติว่า “ให้ศาลมีอำนาจออกข้อกำหนดใด ๆ แก่คู่ความฝ่ายหนึ่ง หรือแก่บุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจำเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรม และรวดเร็ว อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึงการสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญ หรือในทางประวิงให้ชักข้า หรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร” มาตรา 31 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ให้ถือว่ากระทำ ผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ตามมาตราก่อน อันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำขอ และได้รับอนุญาตจากศาลให้ฟ้องหรือสู้คดีอย่างคนอนาถาแล้ว ปรากฏว่าได้นำคดีนั้นขึ้นสู่ศาลโดยตนรู้แล้วว่าไม่มีมูล หรือได้สาบานตัวให้ถ้อยคำตาม มาตรา 156 ว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ ซึ่งเป็นความเท็จ (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความ หรือส่งเอกสารอื่น …

ละเมิดอำนาจศาล – ตัวบทกฎหมาย พร้อมคำอธิบายโดยละเอียดRead More »

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะ

“ละเมิดอำนาจศาล” กลับมาฮอทฮิตกันอีกครั้งในแวดวงทนาย เรามาดูข้อกฎหมาย และตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกัน เพราะการขาดสติวู่วามในการกระทำการใด ๆ ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวง บางครั้งอาจจะหมายถึงอิสรภาพกันเลยทีเดียว ถ้าประชาชนธรรมดาอาจจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหมายได้ แต่ถ้าเป็นนักกฎหมายแล้ว จะอ้างว่าอะไรดี ??? เพื่อให้ศาลลงโทษสถานเบา??? เรามาดูกันค่ะว่า “ละเมิดอำนาจศาล” คืออะไร ความผิดฐาน “ละเมิดอำนาจศาล” เป็นความผิดต่อศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาและรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล เมื่อบุคคลใดกระทำการอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลและข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลไม่ว่าทางใด ศาลย่อมมีอำนาจค้นหาความจริงและลงโทษบุคคลนั้นได้ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551) แม้ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจะมีโทษทางอาญา แต่ก็มิใช่คดีอาญาซึ่งคู่ความหรือบุคคลอื่นใดสามารถยื่นฟ้องผู้กระทำเพื่อให้ศาลลงโทษได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล (2) เมื่อได้มีคำร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้นหรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น (4) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวนความหรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 54 (5) ขัดขืนไม่มาศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา 19 หรือเมื่อมีหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นตามมาตรา 277 …

ละเมิดอำนาจศาล คืออะไร ทนายป้ายแดง/ป้ายดำ ต้องศึกษาไว้เพื่ออิสรภาพของตนเองนะคะRead More »

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???

จำเลยคนหนึ่ง ในคดีที่ราษฎรฟ้องเอง ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยนี้ที่อ้างว่ามีอาชีพเป็นทนายความ (ย้ำนะคะ “ทนายความ”) ได้ยื่นคำร้องขอพยานเอกสารที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานหนึ่ง โดยให้เหตุผลในคำร้องว่า “จำเลยประสงค์จะนำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีมาถามค้าน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของโจทก์ และพยานโจทก์ที่จะนำสืบ จึงเป็นเอกสารที่ต้องหมายเรียกมาศาล” ศาลท่านมีคำสั่งในคำร้องว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้องโจทก์ จำเลยยังไม่มีสิทธิ์นำสืบพยาน หากประสงค์จะใช้เอกสารใดถามค้าน ต้องดำเนินการให้ได้เอกสารมาเอง ทั้งในชั้นนี้ไม่ปรากฏว่าเอกสารที่ขอให้ศาลออกหมายเรียกเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีอย่างไร จึงไม่อนุญาต” เรามาดูข้อกฎหมายที่ศาลอ้างในคำสั่ง ซึ่งไม่ต้องอาศัยฎีกาใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงตามตัวบทเลย ถ้าทนายท่านนั้นไม่ทราบว่าตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างไร พี่ตุ๊กตาขอนำตัวบทมาลงให้ศึกษานะคะ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบจำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือจำเลยจะไม่มาแต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ข้อสังเกต น้อง ๆ ทนายป้ายแดง …

จำเลยในดคีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ขอหมายเรียกพยานเอกสาร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ไหมเอ่ย ???Read More »

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่

เป็นที่ถกเถียงกันในแวดวงทนายเป็นประจำ เรื่องการเรียกค่าว่าจ้างเป็นเปอร์เซนต์ของทุนทรัพย์ หรือเงินที่จะได้รับจริงเมื่อชนะคดี ได้หรือไม่? ผิดมรรยาททนายหรือไม่? เรามาดูฎีกาที่เกี่ยวข้องกันค่ะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4164/2548 เรื่อง โมฆะกรรม (ปพพ. มาตรา 150) ข้อสัญญาจ้างว่าความที่ตกลงให้ผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างส่วนที่ 2 อีกร้อยละ 10 ของยอดหนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องและจากทุกจำนวนที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการจนผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณค่าทนายความในส่วนที่ 2 ตามเจตนาของคู่สัญญา โดยกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องดำเนินการให้ผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ก่อน จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 10 จากจำนวนเงินที่ผู้ว่าจ้างได้รับ แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องแต่ละคดี ข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ทนายความฯ และประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความฯ ทั้งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ผู้ชำระบัญชี นายสมเกียรติ จ. ร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์น. (มหาชน) ล้มละลาย เจ้าหนี้ บริษัทบ. และ ม. ทนายความ จำกัด คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ …

ทนายความ คิดค่าทนายเป็นเปอร์เซนต์จากทุนทรัพย์หรือเงินที่ลูกความได้รับชำระหนี้ ได้หรือไม่Read More »

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์

เมื่อมีความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่มีประกันภัย สามารถดำเนินการเรียกร้องได้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1. กระบวนการทางศาล ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ควรเรียกร้องไปที่บริษัทประกันภัยก่อน หากเจรจากันแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทประกันภัยจะออกหลักฐานใดๆ ให้ผู้ได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ตาม ก็สามารถไปดำเนินการทางศาลได้เลย ขั้นตอน 2 ที่ศาล: ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลแขวง ทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท ยื่นฟ้องศาลจังหวัด/ศาลแพ่ง/ศาลแพ่งกรุงเทพใต้/ศาลแพ่งธนบุรี 2. กระบวนการของ คปภ. (คณะกรรมการประกันภัย) ซึ่งออกประกาศให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอน 1 ที่บริษัทประกันภัย: ในการติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ได้แก่ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหาย ผู้รับประโยชน์ ต้องไปติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กับฝ่ายสินไหมรถยนต์ของบริษัทประกันภัยนั้นก่อน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาค่าสินไหมให้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ 7 วัน หรือ 15 วัน แต่ในกรณีที่มีข้อขัดข้อง หรือมีความจำเป็น บริษัทประกันภัยจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ทราบเหตุนั้น ซึ่งในกรณีที่เป็นข้อเรียกร้องที่มีความยุ่งยากซับซ้อน …

การเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ (ที่มีประกัน) โดย ทนาย สมชาย/บัลลังก์/พัชริน/พัชรีภรณ์ – เรียบเรียงโดยทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียร

ทีมทนายพี่ตุ๊กตาเล่าประสบการณ์คดีนี้ให้ น้องๆ ฟังดีกว่า เกี่ยวกับเรื่องการปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ผมมาเป็นทนายจำเลยหลังจากที่เขารับสารภาพ คดีฉ้อโกงในศาลชั้นต้น แต่ต่อมาจำเลยต้องการที่ปฏิเสธ ผมจึงยื่นคำร้องขอกลับคำให้การพร้อมแสดง เหตุพิเศษ อันสมควร แต่ศาลไม่อนุญาต ได้พิพากษาจำคุกจำเลย โดยอ้างว่า จำเลย ประวิงคดี โทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ผมได้อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และประกันตัวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ 240,000 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในวันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น ผม (ทนายโอชวิน งานธนเธียร) ได้เขียนฎีกาเสร็จภายในวันที่พิพากษาและขอให้ผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาให้เนื่องจากเป็นคดีต้องห้ามฎีกา ที่ผมทำเสร็จในวันเดียวกันนั้น เพราะเข้าใจว่า หากยื่นฎีกาแล้ว ศาลคงให้ประกันตัว หลังจากยื่นฎีกาแล้วผมก็ขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ผลปรากฏว่าศาลชั้นต้นต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาสั่ง ซึ่งต่อมาศาลฎีกาสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพราะคดีมีทุนทรัพย์สูงและต้องห้ามฎีกาเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวแล้วจำเลยจะหลบหนี ทุกคดี จะเป็นทำนองนี้ ถ้าหากเป็นคดีต้องห้ามฎีกาก็จะประกันตัวไม่ได้ เว้นแต่ ศาลได้รับฎีกาแล้ว วันนี้จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากศาลอุทธรณ์ ท่านหนึ่งได้รับรองว่า ที่ฎีกานี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่สำคัญ ที่สมควรสู่ศาลสูง จึงอนุญาตให้ฎีกา หลังจากทราบว่าศาลได้โปรดรับฎีกาแล้ว ผมมั่นใจว่าประกันตัวได้ จึงยื่นประกันตัวตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า และศาลอนุญาตในวันนี้ ประเด็นที่จะเล่าก็คือ …

ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) จำเลยที่รับสารภาพแล้ว แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธหลังผิดนัด – ประสบการณ์ตรงจากทนายโอชวิน งานธนเธียรRead More »

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

“บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายของบุคคลภายนอกตามกฎหมายเสียก่อน” …wording ที่เป็นหลักการสำคัญของการประกันวินาศภัย ที่ใช้ต่อสู้คดีเมื่อบริษัทประกันภัยตกเป็นจำเลย อนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับการประกันวินาศภัยมี 2 องค์กร ได้แก่ 1.  อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย กรณีอุบัติเหตุระหว่างรถมีประกันกับรถมีประกันซึ่งเป็นข้อพิพาททางรถยนต์ เดิมมีเป็นหมื่นคดีต่อปี ต่อมาเมื่อปี 2537 ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จึงมาปรึกษากันเพื่อลดเวลาค่าใช้จ่าย ออกมาในรูปแบบของการจัดตั้ง อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยด้วยกัน โดยเชิญอดีตผู้พิพากษามาทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการ มีข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม (ไม่เคร่งครัด) กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็ทำการสืบพยานหลักฐานในห้องพิจารณาคดี ชั้น ๔ อาคารสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยอนุญาโตตุลาการ ทนายความและพยานทุกฝ่าย ต่างก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ พยานไม่ต้องยืนในคอกพยานแบบในศาล ก่อนทำการสืบพยานก็มีกระบวนการไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ เป็นไปตาม “สัญญาระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไทย” ซึ่งลงนามโดยบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย กรณี ยื่นฟ้อง/ร้องขอ ให้มีคำพิพากษา/คำสั่ง เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เป็นเขตอำนาจศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 2. อนุญาโตตุลาการ สนง.คปภ. เมื่อปี 2551 สำนักงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสนง.คปภ. (กรมการประกันภัยเดิม) ได้จัดตั้งอนุญาโตตุลาการ เพื่อระงับข้อพิพาท ระหว่าง …

รถมีประกัน vs รถมีประกัน เกิดอุบัติเหตุ ทางออกจะเป็นเช่นไร – รวบรวมโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์Read More »

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!

ถึงแม้ว่า ผู้ตายจะเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่ก็กลับออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ นอกจากนี้ การที่ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย บุตรของผู้ตายจึงไม่เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการได้ จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3391/2559 ป.อ. บันดาลโทสะ ฆ่าผู้อื่น มาตรา 72, 288 ป.วิ.อ. ผู้เสียหาย ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ผู้เสียหายข้อเข้าร่วมเป็นโจทก์ ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มาตรา 2 (4), 5 (2), 30, 218 ความผิดฐาน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนสถานเบานั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน แต่เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดว่าผู้ตายจะเข้าทำร้ายจำเลยอีกโดยผู้ตายวิ่งกลับไปที่รถยนต์จอดอยู่และไม่ปรากฏว่าขณะนั้นผู้ตายมีอาวุธติดตัวด้วย ถือได้ว่าภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปในทันทีแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ แต่อย่างไรก็ดี …

เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะก่อน…ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย…อาจตายฟรี !!!Read More »

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้

กู้ยืมเงินเกินกว่า ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓) เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน ๓ ปี (ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๘) ทำสัญญาประกันภัย (ป.พ.พ. มาตรา ๘๖๗) ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ( ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๑) สัญญาค้ำประกัน (ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๐ วรรค สอง ) สัญญาจะซื้อจะขาย อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ ) ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐ บาทหรือกว่านั้นขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรค ท้าย) การโอนหนี้อันจะพึงชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ (ป.พ.พ. มาตรา ๓๐๖ วรรค แรก) การให้สิทธิ์อันมีตราสารนอกจากต้องส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับแล้ว ยังต้องมีหนังสือบอกกล่าวด้วย (ป.พ.พ. มาตรา ๕๒๔) …

นิติกรรมที่ต้องมี “หลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด” จึงจะฟ้องร้องได้Read More »

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร

วันนี้ (16 ก.ย. 2560) เป็นอีกวัน และเป็นอาทิตย์ที่สองของการเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์ทำคดีบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อกฎหมายบ้าง จากข้อสังเกตุของข้อเท็จจริงในคดีบ้าง ผม (ทนายจิรเดช ศิรินคร) ขอเล่าเรื่อง “หมวดความผิดเกี่ยวกับการค้า” ลักษณะ ๘ แห่ง ป.อาญา เทียบกับความผิดฐานฉ้อโกง หมวด ๓ แห่ง ป.อาญา “ความผิดฐานฉ้อโกง” นั้น สมาชิกทุกท่านคงคุ้นเคยมากกว่า เพราะพอลูกความมาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ทนายความที่ไต่สวนข้อเท็จจริงก็จะพุ่งเป้าไปที่ฐานความผิดฉ้อโกงทันที หากไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะเป็น “ผิดสัญญาทางแพ่ง” ความผิดฐานฉ้อโกงปอ. ม. 341, 342, 344 ถึง 347, 349 ถึง 350 ล้วนแต่เป็นความผิดอันยอมความได้ ความผิดอันยอมความได้ หมายความว่า คดีความผิดที่ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรง สังคมไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากการกระทำผิดนั้นด้วย ดังนั้น ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเข้าดำเนินคดีได้เอง หรือมอบให้รัฐดำเนินคดีแทนก็ได้ และมีสิทธิยุติคดีเมื่อใดก็ได้ ไม่ว่าจะด้วยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือตกลงประนีประนอมยอมความก็ตาม แต่วันนี้ ผมจะมาเล่าสู่ท่านสมาชิกฟังเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการค้า …

ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินครRead More »

ส่วนแบ่งมรดก แม่ผัว กับ ลูกสะไภ้

ถ้าเจ้ามรดกมีคู่สมรส ในขั้นแรก ต้องพิจารณาก่อนว่า ทรัพย์มรดกนั้นเป็นสินสมรสหรือไม่ ถ้าเป็นสินสมรส ต้องแบ่งให้คู่สมรสครึ่งหนึ่งก่อน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องนำไปแบ่งแก่ทายาท […อ่านต่อ…] อ่านบทความฉบับเต็ม ThaiLawConsult.com/แบ่งมรดกแม่ผัวลูกสะไภ้ [/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]

พี่ตุ๊กตา พา ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ดูหมิ่น+หมิ่นประมาท

“ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง” พร้อมด้วย น.ส.ณุมาพร พัฒนพงศธร ทนายความส่วนตัว และครอบครัว เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.กฤชฐา ประทุมแก้ว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา หลังโดยหมายเรียกในคดีที่กล่าวหาว่า

ทนายพี่ตุ๊กตา พาผู้เสียหาย เข้าร้องกองปราบ

นางสาวณุมาพร พัฒนพงศธร พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ดำเนินคดีกับนายอภิศักดิ์ บุญเรือง เจ้าของบริษัทเอแล็บ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด

พี่ตุ๊กตา เข้าพบ น้องบีม เด็กหญิงพิการ ที่ถูกทนายโกงเงิน 5 ล้านบาท

https://youtu.be/LvYsndgsupshttps://www.youtube.com/watch?v=8qrngXg2z0Y แม่น้องบีม วอนทนายคืนเงินที่โกงไป บอกพร้อมอภัย ไม่อยากจองเวร โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 14:39 อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989016

Scroll to Top