แจ้งความเท็จ ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษ

คดีที่ดราม่า จนกลายเป็นตำนาน กระทบไปทุกวงการ เกือบถูกกลบด้วยกระแสของ “แม่หญิงการะเกด” เลยทีเดียว วันนี้แม่หญิงการะเกดเป็นไข้ พี่ตุ๊กตาเลยขอนำเสนอฎีกาสั้นๆ เกี่ยวกับการแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนค่ะ

แจ้งความเท็จ, แจ้งความเท็จโดยมีเหตุฉกรรจ์, หมิ่นประมาท

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่  8611/2553
     การที่จำเลยยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยเห็นโจทก์ร่วมหยิบเอาเศษสร้อยคอทองคำ
ของจำเลยไปและได้แจ้งความแก่พนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีโจทก์ร่วมในข้อหา
ลักทรัพย์ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ  โดยจำเลยรู้ดีว่ามิได้มีการกระทำผิดในข้อหา
ลักทรัพย์เกิดขึ้น  แต่กลับไปแจ้งความแก่พนักงานสอบสวนดังกล่าวว่าได้มีการกระทำผิด
ข้อหาลักทรัพย์อันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่าได้มีความผิดข้อหาลักทรัพย์
เกิดขึ้น  เพื่อให้โจทก์ร่วมได้รับโทษ  การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานแจ้ง
ข้อความอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 137, 174 วรรคสอง  ประกอบมาตรา 173
นอกจากนี้ จำเลยยังมีเจตนาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่โจทก์ร่วม
อันเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมต่อบุคคลที่สามเพื่อให้โจทก์ร่วมถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
และเสียชื่อเสียง  จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมอีกด้วย

*** การแจ้งความดำเนินคดีอาญากับใคร ต้องใช้ความระมัดระวังยิ่งเลยค่ะ ทบทวนดีๆ อย่าใช้โมหะจริต คิดง่ายๆ เพียงแค่อยากจะเอาชนะ สติมาปัญญาเกิด สติไม่มาปัญญาไม่มี ก็ลำบากค่ะ

 

Leave a Comment