เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก แล้ว “รอลงอาญา” ต่อมาทำผิดอีก จะรอลงอาญา อีกหรือไม่

ช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้ รัฐบาลรณรงค์ให้ เมาไม่ขับ เมื่อวานมีคำถามจากทางบ้านว่า…เคยถูกจับ ข้อหา “เมาแล้วขับ” แต่ศาลให้ประกันตัว พอรับสารภาพแล้ว ศาลจึงพิพากษาจำคุก 1 เดือน แต่รอการลงโทษไว้ 1 ปี ต่อมาอีก 3 เดือน ถูกจับอีกในข้อหา “เสพแล้วขับ” ซึ่งเป็นการกระทำความผิดในขณะขับรถเหมือนกัน แต่คนละจังหวัด พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร้อยเวร) ได้ส่งตัวฟ้องศาลแล้ว และศาลก็ให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยได้วางเงินสดไป 20,000 บาท แล้วศาลนัดไปอีกทีเดือนหน้า ตอนนี้กลุ้มใจมาก กลัวจะต้องถูกศาลลงโทษจำคุก

ศาลท่านจะให้รอลงอาญาอีกไหม หรือต้องติดคุก เพราะผมกระทำความผิดอาญาซ้ำ “ขณะขับรถ” ภายในระยะเวลาที่รอการลงอาญาอยู่

คำแนะนำจาก ทนายพี่ตุ๊กตา ณุมาพร พัฒนพงศธร

คดีก่อนในความผิดฐาน “เมาแล้วขับ” ศาลพิพากษาว่ามีความผิดโดยกำหนดโทษจำคุก แต่รอการลงโทษไว้ ท่านจึงไม่ใช่ผู้ได้รับโทษจำคุกจริง ๆ มาก่อน ดังนั้น คดีหลังในความผิดฐาน “เสพแล้วขับ” นั้น ถึงแม้ว่าจะได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้หรือไม่ก็ตาม ศาลมีอำนาจพิพากษาว่ามีความผิดโดยให้

  • “รอการลงโทษจำคุก” หรือ “รอลงอาญา” อีกก็ได้ หากเห็นเป็นการสมควร หรือ
  • พิพากษาลงโทษ โดยนำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อน คือ จำคุก ๑ เดือน บวกเข้ากับโทษในคดีหลัง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และ 58

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 56 ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ เมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิดหรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว เห็นเป็นการสมควร ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้น มีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้
เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดนั้น ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้

(1) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เจ้าพนักงานและผู้กระทำความผิดเห็นสมควร
(2) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ
(3) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก
(4) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
(5) เงื่อนไขอื่นๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก

เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคก่อนนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใด ตามที่กล่าวในวรรคก่อนที่ศาลยังมิได้กำหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้

มาตรา 58 เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี

แต่ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา 56 ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรก ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกกำหนดโทษ หรือถูกลงโทษในคดีนั้น แล้วแต่กรณี

Leave a Comment