ตายพร้อมกัน ไม่เป็นทายาทของกันและกันนะเธอว์

เป็นที่ถกเถียงในกลุ่มวิชาการของ “เพื่อนนักกฎหมายไทย” กันหลายวัน ถึงกรณี ตายพร้อมกัน แล้วไม่ได้เป็นทายาทของกันและกัน พี่ตุ๊กตาไปค้นคว้าดูแล้ว ปรากฏว่า เป็นหลักกฎหมายทั่วไป เรามาดูฎีกากันก่อน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13129/2556
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
เผยแพร่เมื่อ: 8 ต.ค. 2557 14:01:00
คำพิพากษาย่อสั้น
ธ. ซึ่งเป็นบุตรของ ก. และ ก. ตายพร้อมกัน ต่างไม่เป็นทายาทที่จะรับมรดกของกันและกัน เพราะในขณะที่บุคคลหนึ่งถึงแก่ความตายอีกบุคคลหนึ่งไม่มีสภาพบุคคลที่มีความสามารถที่จะมีสิทธิได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 15 และมาตรา 1604 วรรคหนึ่ง และกรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 1639 เนื่องจาก ธ. ทายาทไม่ได้ตายก่อน ก. เจ้ามรดกอันจะทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของ ธ. มีสิทธิรับมรดกแทนที่ ธ. โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกของ ก. ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247

…จากฎีกาข้างต้น เราใช้หลักกฎหมายอะไรบ้าง…

ทายาทและคุณสมบัติของทายาท

ทายาทได้แก่ บุคคลที่จะมีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดก ซึ่งทายาทจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. บุคคลที่จะเป็นทายาทจะต้องมีสภาพบุคคลอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทั้งนี้เพราะการรับมรดกเป็นสิทธิประการหนึ่ง ผู้ที่จะมีสิทธิรับมรดกต้องเป็นผู้ทรงสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีสภาพบุคคลในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ดังนั้นบุคคลต่อไปนี้จึงไม่มีคุณสมบัติเป็นทายาท

ก) บุคคลที่ตายก่อนเจ้ามรดกหรือสิ้นสภาพบุคคลก่อนเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ไม่ว่าจะเป็นการตายโดยธรรมชาติหรือตายโดยผลของกฎหมาย สำหรับการตายโดยผลของกฎหมาย หรือตายโดยการสาบสูญนั้น จะถือว่าทายาทผู้นั้นถึงแก่ความตายเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ แต่ผลของการสิ้นสภาพบุคคลจะมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ครบกำหนดตามมาตรา 62 “บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา 61”

ข) บุคคลที่ตายพร้อมกับเจ้ามรดก เนื่องจากในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย บุคคลดังกล่าวก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้นบุคคลดังกล่าวก็ไม่มีฐานะเป็นทายาทในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ค) บุคคลที่มีสภาพบุคคลภายหลังที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายย่อมไม่มีสภาพบุคคลในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้นแต่ 2 กรณีคือ
ค.1) ตาม ป.พ.พ. ม.1604 ว.2 “เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่า เด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย”
ค.2) ตาม ป.พ.พ. ม.1678 “เมื่อมูลนิธิใดซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมได้ตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลแล้ว ให้ถือว่าทรัพย์สินซึ่งผู้ทำพินัยกรรมจัดสรรไว้เพื่อการนั้น ตกเป็นของนิติบุคคลนั้นตั้งแต่เวลาซึ่งพินัยกรรมมีผลเว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น”

2. บุคคลที่เป็นทายาทจะต้องมีฐานะเป็นทายาทประเภทหนึ่งประเภทใดดังต่อไปนี้ หรือทั้งสองประเภทก็ได้
2.1 ทายาทโดยธรรม หรือ ทายาทโดยผลของกฎหมาย ตามมาตรา 1629
2.2 ทายาทโดยพินัยกรรม หรือทายาทโดยเจตนาของเจ้ามรดก

[/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]

Leave a Comment