กฎหมายค้ำประกันใหม่ บรรยายโดยท่านอาจารย์ทองธาร เหลืองเรืองรอง ถ่ายทอดโดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์

กฎหมายค้ำประกันใหม่ โดยท่านทนายชยุต รัตนพงษ์  –  ๑๕ ก.ย. ๒๕๖๐

ขออนุญาตนำสมุดบันทึกของผมที่เคยจดบันทึกย่อจากคำบรรยายของ: ท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเล่าสู่กันฟังในหมู่ทนายความ และขอกราบขอบพระคุณในความรู้จากท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง ครับ [read more]

กฎหมายค้ำประกันใหม่ คุ้มครองบุคคลธรรมดามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากๆ กฎหมายค้ำประกันใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างกติกาการรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน (ที่เป็นบุคคลธรรมดา) ไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

ตัวบทที่แก้ไข  1:  ม.๖๘๑/๑ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๖๘๑/๑    ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
… ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำฯซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น ย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐

อธิบาย: มาตรา ๖๘๑/๑ (via: อ.ทองธาร)
– ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ (ดูที่วันทำสัญญา) ถ้าบุคคลธรรมดาทำสัญญาค้ำประกัน โดยมีข้อความว่า “ผู้ค้ำประกันตกลงยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม” กม.ใหม่ถือว่า ข้อความดังกล่าว ตกเป็นโมฆะ ตามมาตรา ๖๘๑/๑ (ป.พ.พ.)

ตัวบทที่แก้ไข 2: ม.๖๘๖ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๖๘๖    เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
… ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
… เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
… ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้
… การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓

อธิบาย: มาตรา ๖๘๖ (via: อ.ทองธาร)
– ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ (ดูที่วันฟ้อง) การฟ้องผู้ค้ำฯ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาค้ำประกันที่ทำก่อนหรือหลังวันที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำฯ ก่อนเสมอ ถ้าไม่มีหนังสือบอกกล่าว ศาลจะยกฟ้องทันที มาตรานี้ สัมพันธ์กับวันที่ฟ้อง นะขอรับ

กรณีถูกศาลยกฟ้อง เพราะไม่มีหนังสือบอกกล่าว สามารถกลับมาเริ่มต้นที่ขั้นตอนส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำฯ ก่อนนำคดีไปฟ้องใหม่อีกครั้ง เพราะคดีแรกจบไปแบบไม่ได้บอกกล่าวถอนฟ้อง และยังไม่ได้สู้ในเนื้อหา ไม่ต้องห้ามนำกลับมาฟ้องใหม่ จึงไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ

*** ไม่ส่งหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ค้ำประกัน กับส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำประกันภายหลังจากครบกำหนด 60 วัน นับจากลูกหนี้ผิดนัด ต่างกรณีกันนะครับ

การส่งหนังสือบอกกล่าวเกินกำหนด ๖๐ วัน จะเหลือสิทธิเรียกร้องเพียง ดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพัน อันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ได้เพียงถึงกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์)

– เพียงแค่หนี้ค่างวดเช่าซื้อถึงกำหนดชำระ ผู้ค้ำฯยังไม่เกิดความรับผิด เพราะกฎหใสบใหม่กำหนดว่า ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำประกันจะรับผิดต่อเมื่อลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัด

ตัวอย่างข้อความบรรยายฟ้อง: (via: อ.ทองธาร)

– บรรยายฟ้องลูกหนี้ชั้นต้น: “..บัดนี้หนี้ถึงกำหนดชำระ
– บรรยายฟ้องผู้ค้ำประกัน: “..บัดนี้ หนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว ลูกหนี้ชั้นต้นไม่ชำระ ลูกหนี้ชั้นต้นตกเป็นผู้ผิดนัด

ตัวบทที่แก้ไข 3: ม.๖๙๔+ม.๖๘๕/๑ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๖๙๔    นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
~~~~~~~~~~~~~~~
มาตรา ๖๘๕/๑    บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ
~~~~~~~~~~~~~~~
ป.ล. มาตรา ๖๙๔ ต้องโยงมาตรา ๖๘๕/๑

อธิบาย: มาตรา ม.๖๙๔ (via: อ.ทองธาร)

– เนื่องจากมาตรา ๖๘๕/๑ กำหนดว่า ข้อตกลงใดในสัญญาค้ำประกัน ที่แตกต่างไปจากกติกาในมาตรา ๖๙๔ กล่าวคือ ถ้ายังจะเขียนข้อตกลงเพิ่มในสัญญาว่า ให้ผู้ค้ำประกันสละสิทธิการหยิบยกข้อต่อสู้ ทั้งของตนเอง และของลูกหนี้ชั้นต้น มาต่อสู้คดี ก็เป็นอันว่า ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ

– ดังนั้น ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ ถ้ายังทำสัญญาค้ำประกันโดยเพิ่มข้อตกลงว่า “ผู้ค้ำฯ ขอสละสิทธิโดยจะไม่หยิบยกข้อต่อสู้ทั้งของตนเอง และของลูกหนี้ชั้นต้น มาต่อสู้คดี” ข้อตกลงดังกล่าวตกเป็นโมฆะ

ตัวบทที่แก้ไข 4: ม.๖๙๘+ม.๖๘๕/๑ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๖๙๘   อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ
~~~~~~~~~~~~~~~
มาตรา ๖๘๕/๑   บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ
~~~~~~~~~~~~~~~
ป.ล. มาตรา ๖๙๘ ต้องโยงมาตรา ๖๘๕/๑

อธิบาย: มาตรา ๖๙๘ (via: อ.ทองธาร)

– เนื่องจากมาตรา ๖๘๕/๑ กำหนดว่า ข้อตกลงใดในสัญญาค้ำประกัน ที่แตกต่างไปจากกติกาในมาตรา ๖๙๘ กล่าวคือ ถ้ายังจะเขียนข้อตกลงเพิ่มในสัญญาว่า จะให้ผู้ค้ำประกันรับผิด แม้ในขณะที่หนี้ของลูกหนี้ชั้นต้นได้ระงับสิ้นไปแล้ว ก็เป็นอันว่า ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ

– ดังนั้น ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ ถ้าเพิ่มข้อตกลงในสัญญาค้ำประกันว่า “ผู้ค้ำประกัน ตกลงยอมสละสิทธิ์ไม่หลุดพ้น แม้ในหนี้ที่ลูกหนี้ชั้นต้นหลุดพ้น” ข้อตกลงดังกล่าวตกเป็นโมฆะ

ตัวบทที่แก้ไข 5: ม.๖๙๙ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๖๙๙   การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้
… ในกรณีเช่นนี้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้กระทำลงภายหลังคำบอกกล่าวนั้นได้ไปถึงเจ้าหนี้

อธิบาย: มาตรา ๖๙๙ (via: อ.ทองธาร)

– “หนี้ที่อาจก่อได้อีกเรื่อยๆ” เช่น การค้ำประกันคนเข้าทำงาน การค้ำประกันสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี (บัญชีเดินสะพัด/OD) มาตรา ๖๙๙ ให้สิทธิผู้ค้ำฯ บอกเลิกฝ่ายเดียวในหนี้ก้อนใหม่ ที่กำลังจะเกิดในคราวต่อไปได้
– ฉะนั้น ตั้งแต่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ ถ้าเขียนสัญญาค้ำประกันหนี้ที่อาจก่อได้อีกเรื่อยๆ ว่า “ผู้ค้ำฯ ตกลงยอมสละสิทธิ์ในการจะบอกเลิกสัญญาฝ่ายเดียว” ข้อความส่วนนี้เป็นโมฆะ

[ความเห็นท่านทนายชยุต: กม.ค้ำประกันใหม่ ไม่เปิดโอกาสให้สถาบันการเงิน ผูกมัดผู้ค้ำประกันในแบบเดิมๆ อีกต่อไป]

ตัวบทที่แก้ไข 6: ม.๗๐๐ [ป.พ.พ.]

มาตรา ๗๐๐ ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
… ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้
… ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ
[เนื้อความที่เพิ่มใหม่ในมาตรา ๗๐๐ คือ วรรคสอง และวรรคสาม]

อธิบาย: มาตรา ๗๐๐ (via: อ.ทองธาร)

– หนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระแน่นอน เจ้าหนี้และลูกหนี้จะตกลงยอมผ่อนเวลาหรือขยายเวลาชำระหนี้กันเองไม่ได้ ต้องขอให้ผู้ค้ำประกันตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น ถ้าผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม หรือไม่รู้เรื่องด้วย ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในทันทีที่เจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลา
– ถ้าเขียนในสัญญาค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกัน เป็นบุคคลธรรมดาว่า “ภายภาคหน้าถ้าเจ้าหนี้ตกลงผ่อนเวลาครบกำหนดชำระหนี้ให้ลูกหนี้ชั้นต้น ให้ถือว่าผู้ค้ำประกัน ตกลงล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ทำสัญญานี้” ข้อความนี้ตกเป็นโมฆะ

เว้นแต่ผู้ค้ำฯ ที่เป็นสถาบันการเงิน สามารถทำสัญญาค้ำประกันแบบตกลงผ่อนเวลาล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ทำสัญญาได้โดยไม่ตกเป็นโมฆะ

=======================
จบโน้ตย่อคำบรรยายของ:
ท่านอาจารย์ ทองธาร เหลืองเรืองรอง
ผู้พิพากษาศาลฎีกา
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
จัดอบรมโดย:
สมาคมผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้สถาบันการเงิน
ณ พุทธวิชชาลัย มุมวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2560; 13:00-16:30 น.

สรุป:

กฎหมายค้ำประกันใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างกติกาการรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน (ที่เป็นบุคคลธรรมดา) ไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

  • บางกรณี ผู้ค้ำประกันสามารถบอกยุติความรับผิดชอบตามสัญญา นับตั้งแต่วันบอกเลิกเป็นต้นไปได้
  • บางกรณี ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิด (ลอยนวล) หากเจ้าหนี้ละเลย/ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ชั้นต้น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำฯ
  • บางกรณี แม้ถึงกำหนดชำระหนี้ หากฟ้องผู้ค้ำประกัน โดยไม่ส่งหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำฯ ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัด ศาลจะยกฟ้องที่เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำฯ ทันทีที่ยื่นฟ้อง

ก่อน ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๘ ที่เคยเขียนสัญญาให้ผู้ค้ำสละสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายค้ำประกันนั้น ปัจจุบัน ถ้ายังเขียนข้อความให้ผู้ค้ำสละสิทธิของผู้ค้ำฯ ข้อความเหล่านั้นทุกกรณี ตกเป็นโมฆะ ทันที

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Brief by: ชยุต รัตนพงษ์
#chayutr #กฎหมายค้ำประกัน
=======================

Leave a Comment