คำพูด “สั่งเสียก่อนตาย” รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพียงใด

คดี “สาวม้ง” ฆ่าตัวตายแต่ญาตินำส่งโรงพยาบาลทัน ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อ 25 ก.ค. 2561 เป็นข่าวดังเพราะมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมหนึ่ง ได้อ้างว่าอยู่กับผู้ตายก่อนสิ้นลมหายใจ และมีคำสั่งเสียก่อนตายว่าใครเป็นผู้ข่มขืนและถ่ายคลิปประจานเธอ

“คำพูดก่อนตาย” ที่ศาลจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่อย่างไร

  1. มีการสร้างหลักกฎหมาย ห้ามรับฟังพยานบอกเล่า (Rule against Hearsay) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 226
  2. เมื่อมีหลักแล้ว ก็ต้องมีข้อยกเว้น เพื่อให้สามารถรับฟังพยานบอกเล่าบางชนิดได้

คำกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย” ถือเป็นพยานบอกเล่า เพราะผู้ที่นำมาพูดคือผู้ที่ได้รับฟังมาจากผู้ตายอีกทีนึง แต่มีคำพิพากษาฎีกา เคยยกเว้นหลักดังกว่าโดยให้ถือว่า “คำกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย” (Dying Declaration) รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

เหตุผลที่ยอมรับฟัง “คำกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย” เนื่องจาก

  1. มีความจำเป็นในการนำตัวผู้กระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นมาลงโทษ
  2. แนวคิดที่ว่า “คำกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย” นั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ
  3. ในคดีอาญาข้อหาฆ่าคนตายนั้น ผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ดีที่สุด มักจะได้แก่ผู้ถูกกระทำเอง ที่จะบอกว่า ใครเป็นผู้กระทำผิด และ
  4. บางทฤษฎียังเชื่อว่า คนใกล้ตายมักไม่พูดโกหก เพราะวินาทีที่ใกล้จะตายนั้น ไม่มีเวลาคิดสร้างเรื่องปรักปรำใคร
ฎีกาที่ 4113/2539
     การที่ผู้ตายซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมากวิ่งมาขอความช่วยเหลือจาก อ. และพูดบอกถึงคนที่ทำร้ายตนในโอกาสแรกแล้วก็เงียบเสียงไปพูดไม่ได้อีก
และถึงแก่ความตายในคืนนั้น เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้ตายรู้ตัวว่าจะต้องตายและผู้ตายคงไม่มีเวลาที่จะคิดปรักปรำผู้อื่นโดยไม่เป็นความจริง คำพูดของผู้ตายที่พูด
บอกก่อนตายจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้
ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง,พยานหลักฐาน,รับฟัง
ฎีกาที่ 6659/2531  โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายคงมีแต่คำเบิกความของมารดาผู้ตายว่า ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าจำเลยข่มขืน
กระทำชำเราผู้ตาย กับคำเบิกความของ ล. และพนักงานสอบสวนซึ่งสอบปากคำผู้ตายที่ป่วยหนักใกล้จะตายต่อหน้า ล.ที่โรงพยาบาลว่า  ผู้ตายบอกว่า
จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย ผู้ตายจึงดื่มยาฆ่าแมลงเข้าไปและโจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตายมารดาผู้ตาย และพี่สาวเป็นพยานประกอบ 
แต่พยานโจทก์ดังกล่าวล้วนแต่ได้รับฟังการบอกเล่ามาจากผู้ตาย ทั้งคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตายก็เพียงแต่ให้การว่า   จำเลยหลอกลวงไปข่มขืนกระทำ
ชำเราหลายครั้ง มิได้มีรายละเอียดว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเมื่อใดและอย่างไร และมิได้ให้การว่าผู้ตายดื่มยาฆ่าหญ้าเพราะถูกจำเลยข่มขืนกระทำ
ชำเราตามที่พนักงานสอบสวนเบิกความ คำให้การของผู้ตายมีข้อน่าสงสัยและมีน้ำหนักน้อย พยานโจทก์จึงยังเป็นที่สงสัยไม่มั่นคงเพียงพอ ต้องยกประโยชน์
แห่งความสงสัยให้จำเลย

 

พี่ตุ๊กตา มีความเห็นว่า สาวม้ง ไม่ได้ตายทันทีหลังจากที่ถูกทำร้าย และอีกอย่างหนึ่ง คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้กระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” แล้วข้อยกเว้น ที่จะให้ศาลรับฟังคำสั่งเสียก่อนตาย” ของสาวม้ง ที่นายอัจฉริยะฯ ได้บันทึกเทปไว้ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ได้หรือไม่ ???

Leave a Comment