ความผิดเกี่ยวกับการค้า ปอ. ม.271 (หลอกขาย) – แบ่งปันประสบการณ์ในการทำคดี โดย ท่านทนายจิรเดช ศิรินคร

วันนี้ (16 ก.ย. 2560) เป็นอีกวัน และเป็นอาทิตย์ที่สองของการเล่าสู่กันฟัง

  • จากประสบการณ์ทำคดีบ้าง
  • จากข้อสังเกตุของข้อกฎหมายบ้าง
  • จากข้อสังเกตุของข้อเท็จจริงในคดีบ้าง

ผม (ทนายจิรเดช ศิรินคร) ขอเล่าเรื่อง “หมวดความผิดเกี่ยวกับการค้า” ลักษณะ ๘ แห่ง ป.อาญา เทียบกับความผิดฐานฉ้อโกง หมวด ๓ แห่ง ป.อาญา

ความผิดฐานฉ้อโกง” นั้น สมาชิกทุกท่านคงคุ้นเคยมากกว่า เพราะพอลูกความมาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ทนายความที่ไต่สวนข้อเท็จจริงก็จะพุ่งเป้าไปที่ฐานความผิดฉ้อโกงทันที หากไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะเป็น “ผิดสัญญาทางแพ่ง

ความผิดฐานฉ้อโกงปอ. ม. 341, 342, 344 ถึง 347, 349 ถึง 350 ล้วนแต่เป็นความผิดอันยอมความได้

ความผิดอันยอมความได้ หมายความว่า คดีความผิดที่ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรง สังคมไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากการกระทำผิดนั้นด้วย ดังนั้น ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเข้าดำเนินคดีได้เอง หรือมอบให้รัฐดำเนินคดีแทนก็ได้ และมีสิทธิยุติคดีเมื่อใดก็ได้ ไม่ว่าจะด้วยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือตกลงประนีประนอมยอมความก็ตาม

แต่วันนี้ ผมจะมาเล่าสู่ท่านสมาชิกฟังเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการค้า ป.อาญา ม.271 ซึ่งไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้

ม.271 แก้ไขโดยมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมป.อาญา (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2522 (ราชกิจาฯเล่ม 96 ตอนที่ 42 หน้า 1 (ฉบับพิเศษ) วันที่ 25 มีนาคม 2522
แม้ ม.271 จะบัญญัติว่า ผู้ใดขายโดยการหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้น อันเป็นเท็จ ถ้าผู้กระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วน ม.341 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อคสามจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จะเห็นได้ว่า ทั้งสองมาตรามีสิ่งที่เหมือน หรือ อาจจะเหมือนกัน คือ

  • อัตราโทษ
  • การหลอก
  • การได้ไปซึ่งทรัพย์
  • วิธีการหลอก
  • การปกปิดวิธีการ
  • การได้ไปซึ่งทรัพย์โดยวิธีทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยมิควรได้โดยชอบ

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน คือ

ฉ้อโกง ม.341 ความผิดเกี่ยวกับการค้า ม.271 (หลอกขาย)
อาจมีบุคคลที่สาม อาจไม่มีบุคคลที่สาม มีเพียงผู้ซื้อผู้ขาย
ยอมความได้ ยอมความไม่ได้
คดีอาญาฟ้องศาลแขวง และฟ้องทางแพ่ง ตามเขตอำนาจศาลยุติธรรม ขึ้นกับทุนทรัพย์จำนวนมากหรือน้อยที่ศาลทางแพ่งจะมีอำนาจพิจารณา คดีอาญา และคดีแพ่ง อยู่ในเขตอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นศาลคดีชำนัญพิเศษ

~~~~~~~~~~~~~~~
พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙

[เรื่องเขตอำนาจศาล]

มาตรา ๗ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีดังต่อไปนี้

… (๒) คดีอาญาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๑ ถึงมาตรา ๒๗๕

… (๔) คดีแพ่งอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๑ ถึงมาตรา ๒๗๕

http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=law2&folderName=%a824&lawPath=%a824-20-9999-update
~~~~~~~~~~~~~~~

ผมจึงเล่าให้เห็นข้อแตกต่าง อาจมีทนายความบางท่าน รู้ ผมก็ขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขาย หากทนายความท่านใดในสมาชิกของเราไม่รู้ ผมก็ขออนุญาตเติมเต็มให้ท่าน เพื่อท่านสมาชิกจะได้นำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะมาตรา 271 นี้ ทนายบางท่านหลงลืมไม่หยิบไปใช้ประโยชน์

สังคมทุกวันนี้ มีการขายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ สื่อ ทีวี ผู้ซื้อไม่เคยเห็นสินค้า ไม่รู้แหล่งที่มา คุณภาพ ปริมาณ ของสินค้า ผู้ซื้อโอนเงินให้ผู้ขายแล้ว ลูกความมาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง อยากจะได้เงินคืนเพราะถูกหลอก แต่สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณา หรือโบว์ชัวร์ ต้องปรับเข้ากับ มาตรา 271 ไม่ใช่ฉ้อโกง เขตอำนาจศาลก็คือ ศาลคดีชำนัญพิเศษ ตามที่กล่าวมาข้างต้น

หากทนายท่านใด หรือสมาชิกท่านใด มีลูกความกรณีผู้บริโภคซื้อรถฟอร์ดที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ปรับเข้ากับ ม.271

การขายสินค้าโดยการหลอกลวง นี้คือการที่ผู้ซื้อหลงเชื่อในปริมาณแห่งของนั้น อันเป็นเท็จ แต่ถ้าผู้ซื้อรู้ความจริงอยู่แล้ว ไม่หลงเชื่อ ย่อมเป็นความผิดฐานพยายาม (ฎ.549/2504)

สภาพ ได้แก่ ธรรมชาติของของ เช่น ทองชุบหลอกว่าเป็นทองแท้ (ฎ.1131-1132/2480)
และอาจเป็นฉ้อโกงด้วย ถ้าไม่ถึงขั้นฉ้อโกงก็ผิดมาตรานี้ กรณีนี้ควรขอท้ายฟ้องไปทั้งสองมาตรา

กรรมการบริษัทซึ่งร่วมกันผลิตเพื่อขาย ซึ่งเครื่องสำอางที้ไม่ปลอดภัยในการใช้ และเครื่องสำอางปลอม เป็นอันตรายแก่ผู้ใข้ มีความผิดตามมาตรา 271 (ฎ.2175/2525)

ผู้เสียหายตามมาตรา 271 คือ ผู้ที่หลงเชื่อซื้อของไป ไม่ใช่เจ้าของสินค้าแท้จริง ที่ผู้ขายเอาเครื่องหมายการค้ามาเลียนหลอกขาย (ฎ.1510/2514)

หากซื้อเพราะเห็นว่าราคาถูก ไม่ใช่เพราะถูกหลอกลวงก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย (ฎ.1124-1125/2506)

เกี่ยวกับมาตรา 271 มีคำพิพากษาฎีกาน้อยมาก อาจเป็นเพราะทนายเราหลงลืม ไม่นำไปใช้

สังคมทุกวันนี้มีการหลอกขายสินค้า ซื้อแล้วไม่มีคุณภาพ โฆษณาเกินจริง เหมือนกระทะบางยี่ห้อ และเป็นโจทก์ฟ้องตามที่กล่าวมา

ผมทำคดีมาตรา 271 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ อยู่ 2 ถึง 3 เรื่อง แต่เป็นฝ่ายจำเลยนะ …ฟ้องกรรมการบริษัทขายสินค้าเข้ามาเป็นจำเลยด้วย แต่ผมก็สู้ไม่ให้การกระทำครบองค์ประกอบความผิดด้วยเทคนิดการถามค้าน และนำสืบ …ศาลยกฟ้อง คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เอาไว้ครั้งต่อไปจะนำมาเล่าสู่กันฟัง เมื่อถึงเวลาที่สมควรในทางคดี

สำหรับวันนี้อาจเป็นประโยชน์แก่เพื่อนสมาชิกบ้างไม่มากก็น้อย …หากทนายท่านใดอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงรับคดีที่ก้ำกึ่งระหว่าง ฉ้อโกง กับ หลอกขายก็ลองนำไปพิจารณาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาล ทำเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาไว้ให้น้องๆ ทนายรุ่นหลังๆ ได้ศึกษาต่อไป อันเป็นคุณูปการแก่น้องทนายรุ่นต่อๆ ไป

ท้ายวันนี้ ขอให้ทุกท่านที่ฟังผมเล่า ในรายการเล่าสู่กันฟัง จงประสบผลสำเร็จในการเป็นทนายอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ พรั่งพร้อมไปด้วยจริยธรรมและคุณธรรมไปพร้อมๆ กัน นะครับ …ขอบคุณทุกท่านครับ

หากท่านใดมีแนวคิดต่อยอดจากประเด็นทั้งสอง ก็ต่อยอดให้ทั้งสองประเด็นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ

@
เพื่อนเคยซื้อแชมพูสระผม หยุดผมหงอก และทำผมที่หงอกแล้วกลับมาดำเหมือนเดิม ถ้าไม่หาย ยินดีคืนเงินให้ เมื่อไม่ได้ผล ขอเงินคืน ส่งไปในไลน์ ผู้ขายเขาจะไม่อ่านเหมือนกับจะบล็อกลูกค้าไว้ไม่ให้ติดต่อกลับ แต่หากลูกค้าจะซื้อกลับติดต่อได้ …อย่างนี้ก็คงเข้า 271 ใช่ใหมค่ะ

@ทนายจิรเดช
ใช้มาตรา 271 ปรับครับ

@
ถ้ามีการซื้อมาขายต่อ ผู้ขายไม่รู้ข้อความจริง… จะถือว่ามีเจตนามั้ยคับบ

@ทนายจิรเดช
พิจารณาตรง แหล่งที่มา คุณภาพ ปริมาณ ไม่สนใจคนขาย ผู้เสียหาย คือ ผู้ซื้อ ตามฎีกาที่อ้างครับท่าน เช่น กรณีมีปัญหาเรื่องรถฟอร์ด
ผมอยากให้ฟ้องจริงๆ เรื่องคุณภาพ เพราะเกียร์มีปัญหา เข้ามาตรา 271 และฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วย

ผมตั้งใจถ่ายทอดให้ทุกท่านรวมน้อง ๆ ป้ายแดงด้วย ที่บางครั้ง หลงลืม น้องต้องดูฉ้อโกงก่อน ถ้าปรับไม่ได้ ให้ไปดู มาตรา 271

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3351/2542 จำเลยส่งไข่ผงที่เสื่อมคุณภาพแล้วให้โจทก์ร่วม โดยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าไข่ผงดังกล่าวเป็นนมผงตามที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อ เพื่อหวังจะได้เงินจากโจทก์ร่วมอันเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริต แต่โจทก์ร่วมยังไม่ได้ชำระเงินให้จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฉ้อโกง แต่ไม่เป็นความผิดฐานขายของโดยหลอกลวงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271

ท่านนัน @ทนายจิรเดช ศิรินคร
16 ก.ย. 2560
Ref: ทนายป้ายแดง

Leave a Comment